ตอนที่ 38 อดีตที่หนีไม่ได้ [2]

ภาพเหตุการณ์ในอดีตนานมาแล้ว ใครที่ไม่เคยเห็นภาพเหตุการณ์นี้ก็ต่างอึ้งหันไปว่านี่มันเรื่องอะไรกัน เพอร์ซีย์กับแอนนาเบ็ธตกใจยิ่งกว่าใครที่เห็นลูกสาวเขายื่นประจันหน้ากันถึงสองคน พวกเขารู้ว่าคนที่อยู่ตรงหน้าร้านหนังสือคือลูกสาวพวกเขา แต่อีกคนละ คนที่อยู่หน้าร้านไอศกรีมเป็นใครกัน ภาพตรงหน้าเริ่มดำเนินต่อเด็กผู้หญิงที่อยู่หน้าร้านไอศกรีมยิ้มออกมาก่อนจะยกมือขึ้น ก็มีพวกยักษ์ไซคลอปส์เข้ามาเอาถุงคลุมตัวของโพรทาเลียไปทันที ทุกคนที่เห็นภาพก็ต่างตกใจทันที เด็กสาวอีกคนก็ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ทันที

 

‘พามันไปหาท่านแซเทิร์นซะ ส่วนข้า...’ เธอหันหลังก่อนจะเตรียมตัวเข้าไปในร้านไอศกรีม ‘จะหลอกพวกนี้ให้ตายใจว่าข้าเป็นลูกสาวของมัน แล้วค่อยฆ่าพวกมันซะ!!’

ทุกคนที่ได้ยินถึงกับอึ้งกับคำพูดของคนที่มาเข้ามาอยู่ในครอบครัวเขา ทำเอาพวกเขารู้สึกโกรธถึงที่สุด เพอร์ซีย์กับแอนนาเบ็ธต้องมองเหตุการณ์นี้อย่างไม่ชอบใจ ที่พวกเขาไม่รู้เลยว่าคนตรงหน้าพวกเขาที่อยู่มาด้วยกันไม่ใช่ลูกของพวกเขา

“นี่มันอะไรกัน…ทำไมลูกสาวเราถึงโดนจับไป แล้วอีกคนเป็นใครกัน! ?แอนนาเบ็ธถามด้วยความสงสัย เด็กที่มาพูดว่ารอพวกเขาตายใจแล้วจะฆ่าพวกเขา

“นางมีชื่อว่านูอัส” ลิซ่าเดินมาอยู่ข้างๆ แอนนาเบ็ธ เธอมองคนเป็นแม่ที่กำลังตื่นตกใจ

“นูอัส?เพอร์ซีย์ทวนชื่อที่อีกฝ่ายบอก “ทำไมเธอถึงทำแบบนี้กัน?

ลิซ่าจ้องมองเพอร์ซีย์ เธอค่อยๆ หันมาคุยโดยตรง “นางทำแบบนั้น เพราะคำสั่งของแซเทิร์นเจ้าค่ะ”

“!!”

เมื่อลิซ่าพูดชื่อชายคนหนึ่งที่ทั้งสองรู้จักกันดี พวกเขาทั้งสองมองหน้ากัน สีหน้ายิ่งเครียดมากกว่าเดิม

“ชายคนนั้น...” เพอร์ซีย์กำหมัดแน่นทันที

แอนนาเบ็ธสับสน ก่อนจะหันไปถามลิซ่าทันที “ลิซ่า...ที่หญิงที่ชื่อนูอัสมาปลอมเป็นลูกสาวฉัน งั้นตั้งแต่ต้นจนถึงทุกวันนี้ก็ไม่ใช่ลูกสาวเรามาตลอดใช่ไหม...”

ลิซ่ามองด้วยสีหน้าโศกเศร้า เธอค่อยๆ พยักหน้าหนึ่งครั้ง ทำให้แอนนาเบ็ธกำลังเป็นลมล้มพัดไป

“แอนนี่!!!”

เพอร์ซีย์รีบพยุงภรรยาของตนทันที ลูกๆ ต่างมองแม่อย่างตกใจ เบเดอร์กับเอเดอร์มาช่วยพยุงแม่ของพวกเขาทันที

“แม่ครับ ทำใจดีๆ ไว้นะครับ!” เบเดอร์กับเอเดอร์ช่วยกันเอาพัดมาพัดให้แม่ของพวกเขา

เพอร์ซีย์ตั้งสติก่อนจะหันไปหาลิซ่าทันที “แล้วโพรทาเลียอยู่ไหนตอนนี้? ลูกสาวฉันอยู่ไหน? ลิซ่า”

“เฮ้อ...คุณยังดูไม่ออกอีกเหรอคะ คุณเพอร์ซีย์” ลิซ่าถอนหายใจหนึ่งครั้ง เธอรู้สึกผิดหวังกับชายคนนี้ไม่มีไหวพริบจริงๆ “คุณพึ่งต่อสู้กับเขามาเองไม่ใช่เหรอ?

“เอ๋?เพอร์ซีย์อึ้งไปสักพัก เขาถึงได้รู้ทันทีว่าลิซ่าหมายถึงใคร

แอนนาเบ็ธที่ได้สติ พอได้ยินในสิ่งที่ลิซ่าพูด เธอค่อยๆ หันไปหาชายหนุ่มที่กำลังอยู่ในอ้อมกอดของโฟกัสอย่างเป็นห่วง

"อย่าบอกนะว่า...คีย์คือ..."

 

พวกเขาต่างอึ้งไปเลยที่คนที่พวกเขาถามหาอยู่แค่เอื้อมเท่านั้น เพอร์ซีย์ไม่อยากคิดเลยว่าเด็กชายที่เข้ามาคุยกับเขาหรือทำตัวให้เขาสงสัย ดันเป็นลูกสาวเขาที่ต้องการบอกเขาว่าตัวเองเป็นใคร สีหน้าของเพอร์ซีย์รู้สึกสลดใจเป็นที่สุด สถานการณ์ที่กำลังตึงเครียด ภาพรอบๆ เริ่มเปลี่ยนไปฝนเริ่มตกลงมาทำให้ทุกคนมองฝนที่ตกมา

 

“ฝนตกแต่ไม่เปียกสมแล้วล่ะที่เป็นภาพมายาเฉยๆ …” โอราอุสมองภาพรอบๆ

 

พอสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป สถานที่ก็เปลี่ยนไปเป็นปราสาทสีดำใหญ่ ทำเอาทุกคนต่างตกใจกับปราสาทใหญ่นี้ คาเร็นน่ากับลิซ่าต่างมองกันด้วยสายตาตื่นกลัว คาเร็นน่ากอดแม่อย่างแน่นๆ โฟกัสมองหลานสาวที่ตื่นกลัว เธอลูบหัวหลานเบาๆ โอราอุสเห็นสถานที่นี้เขาไม่ชอบใจสุดๆ

 

“ที่นี่มันที่ไหนกันนะ?เอเดอร์ถามขึ้นมา สถานที่ตรงหน้าทำเขาเสียวสันหลังมากๆ

“พี่ค่ะ น่ากลัวจัง...” เรน่าเข้าไปกอดพี่สาวของตน ด้วยความกลัวปราสาทที่ดูน่ากลัวนี้

“พี่ก็กลัวเหมือนกัน เรน่า...” คารีเซลก็กอดน้องอย่างกลัวสถานที่นี้

“สถานที่ย้ายแบบนี้แปลว่า...” เพอร์ซีย์สงสัยสถานที่ตรงหน้า ก่อนจะมีเสียงหนึ่งพูดขึ้นมา

 

‘ที่นี่มันที่ไหนกัน?

 

เสียงของโพรทาเลียดังขึ้น ทุกคนต่างหันไปมองต้นเสียง พวกเขาเห็นโพรทาเลียกำลังออกมาจากถุงที่ตนเองโดนยัดใส่ถุง เด็กน้อยเงยหน้าก็เห็นปราสาทใหญ่เหมือนในนิทานแต่เธอกับรู้สึกหวาดกลัวสถานที่ตรงหน้า แอนนาเบ็ธเดินไปหาลูกสาวตัวน้อยของเธอ ถึงเธอจะเอื้อมมือไปเท่าไร แต่เธอก็ไม่สามารถสัมผัสลูกสาวได้ เพอร์ซีย์เห็นภรรยาของตนทำแบบนั้น เขารู้สึกเสียใจแทนเธอ เสียงฝีเท้าของใครสักคนกำลังเดินตรงมาทางนี้ ทุกคนต่างหันไปตามเสียง พวกเขาได้เห็นชายร่างใหญ่สวมชุดสีดำทั้งตัว

 

“หมอนั้นเป็นใครกัน!?เบเดอร์มองอย่างสงสัย

คาเร็นน่าเห็นชายคนนั้น เธอรีบซุกน้าสาวของตนเองด้วยความหวาดกลัว โฟกัสรู้เลยว่าชายคนนี้เป็นใคร เธอขมวดคิ้วอย่างไม่ชอบใจที่ได้เห็นชายคนนี้ใกล้ขนาดนี้

‘กลิ่นอายที่น่ารังเกียจนี้...’

เมื่อเขาเอ่ยเสียงออกมา เพอร์ซีย์รู้สึกคุ้นเคยเสียงนั้น เขาจำได้ทันทีว่าชายตรงหน้าของเขาเป็นใคร อารมณ์ของเขาพลุกพล่านไปหมด คนเป็นลูกเห็นพ่อกำลังขมวดคิ้วอย่างไม่ชอบใจ ทำเอาทั้งสองคนค่อยๆ เดินออกห่างๆ

“แก!! แซเทิร์น!!”

เพอร์ซีย์จ้องมองชายที่เดินผ่านเขาไป เขายิ่งรังเกียจอีกฝ่ายมากกว่าเดิม ภาพแซเทิร์นกำลังเดินตรงไปหาโพรทาเลีย เสียงของโพรทาเลียเหมือนถามบางอย่างกับอีกฝ่าย ก่อนที่เขาจะพูดบางอย่างกับเธอทำให้ทุกคนได้ยินเต็มสองหู

‘ข้าเป็นคนที่จะฆ่าเจ้ายังไงล่ะ!!’

 

เมื่อคนเป็นพ่อได้ยินความโกรธทุกอย่างยิ่งพุ่งขึ้นสูง เขาหันไปมองก็ได้เห็นลูกสาวของตนที่กำลังหนีตายด้วยสีหน้าที่หวาดกลัว ก่อนจะเห็นภาพที่แสนเจ็บปวดที่ลูกเขาโดนทำร้ายอย่างหนัก แอนนาเบ็ธเห็นลูกสาวโดยแบบนั้น เธอยิ่งกรีดร้องออกมา เธอจะเข้าไปห้าม แต่ลูกๆ ต่างเข้าไปห้ามทันที

 

“ไม่!! อย่าทำลูกฉันแบบนั้นนะ!”

“แม่ค่ะ ใจเย็นก่อน!!” คารีเซลรีบเข้าไปห้ามแม่ของตน

“จริงด้วยค่ะ ภาพพวกนี้เป็นภาพในอดีตนะคะ แม่ทำอะไรไม่ได้หรอกนะ!!” เรน่าเข้ามาช่วยอีกแรง “หนูเข้าใจว่าแม่เจ็บปวดที่ต้องเห็นภาพนี้นะคะ แต่ว่าเราทำอะไรไม่ได้จริงๆ”

“ไม่นะ” เมื่อแอนนาเบ็ธได้ยินแบบนั้น น้ำตาของเธอยิ่งไหลออกมาจากดวงตาอย่างไม่หยุดหย่อน "ไม่!!! โพรทาเลียยยยยยยยยยยย!!"

 

เสียงร้องของผู้เป็นแม่นั้นดังไปทั่วทั้งห้องนั้น และดังก้องไปถึงโซนประสาทของเจ้าของร่างที่หลับอยู่ โพรทาเลียหันไปมองข้างหลังที่โล่งโจ้งไม่มีใคร เธอยังอยู่ที่เดิมในจิตใจอันลึกที่สุด เธอสงสัยว่าทำไมมีเสียงของแม่ที่เรียกเธอขึ้นมาได้ คนสวมฮู้ดมองเธอด้วยสายตาที่กำลังคิดว่าจะเล่นสนุกอะไรกับเธอดี ก่อนที่จะพูดในสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังคิดอยู่

 

“แม่เจ้าแค่ตะโกนเรียกเจ้าเท่านั้นล่ะ”

“นายว่าไงนะ แม่เรียกฉัน?โพรทาเลียสงสัยทันทีว่าทำไมแม่ถึงเรียกเธอ

“ก็...ข้าเล่นอะไรสนุกๆ เฉยๆ แต่ช่างเถอะ ข้ายังถามเจ้าไม่จบเลยนะว่า เจ้าเป็นใครกันแน่ คีย์ วันเดอร์เลอร์”

"เล่นสนุกเหรอ? แกกำลังทำอะไรกับโลกภายนอกกัน!!"

“ก็แค่กำลังทำให้เรื่องราวมันสนุกเท่านั้นล่ะนะ!!” คนสวมฮู้ดมองด้วยสายตาเจ้าเล่ห์และยิ้มกว้างอย่างสนุก

“สนุกเหรอ!!” โพรทาเลียขมวดคิ้วอย่างหนัก เธอรู้สึกไม่ชอบชายตรงหน้าเท่าไรเลยจริงๆ “หยุดการกระทำของแกเลยนะ!! ฉัน คีย์ วันเดอร์เลอ- อ๊ะ!!”

โพรทาเลียถึงกับตกใจที่ตัวเองพูดชื่อปลอมออกไป โดยที่เธอจะพูดอีกชื่อของตน แต่พอเธอมานึกเธอก็นึกอีกชื่อไม่ออก

“เดียวชื่อเดิมของฉัน...ฉันจำไม่ได้!?

“เห็นไหมล่ะ เจ้ายังจำไม่ได้ ข้าจะสนองโลกที่เจ้าสร้างให้ โลกที่ไม่มีสงครามและมีแต่ความสุขให้!” คนสวมฮู้ดยกมือขึ้นก็เกิดแสงสีเขียวขึ้น

โพรทาเลียเห็นเธอยกมือขึ้นมาทันที “อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก!!”

 

 

แสงสว่างนั้นแวบเข้ามาใส่ตัวของเด็กชาย ตัวเขางุนงงว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวของเขา ก่อนที่แสงนั้นทำให้เขาแสบตาจนเขาหลบไปทางอื่น แต่แล้วตัวเขาโน้นตัวตกลงกับสู่พื้น ทำให้เขาตื่นขึ้นมาทันที เมื่อลืมตาตื่นขึ้น เขามองข้างบนมันเป็นเพดานอย่างสงสัย หัวนั้นรู้สึกเจ็บจากการกระแทกตกจากเตียง ตัวเขาค่อยๆ ลุกขึ้นเขามองรอบๆ ว่าเขาอยู่ไหน ความรู้สึกหลายๆ อย่างเข้ามา ก่อนที่เขาจะคิดบางอย่างออกมา

 

“นี่เราฝันอีกแล้วเหรอ?

 

สีหน้าอันเหม่อลอยกำลังคิดบางอย่างอยู่ เขาส่ายหน้าไปมาก่อนจะลุกขึ้น เขารู้สึกร่างกายจะเซไปเซมา แต่ก็ส่งตัวได้เขาค่อยๆ มองรอบๆ ห้อง ห้องของเขามีขนาด 4 คูณ 5 เมตร มันดูใหญ่มากจริงๆ สำหรับเขา เขามองไปที่โต๊ะทำงานที่มีหนังสือเรื่องสมุนไพร และ เครื่องยาสมุนไพร เขารู้สึกปวดหัวหน่อยๆ เลยคิดจะไปหายาทาน ก่อนจะออกไปจากห้องเขาก็หาเสื้อผ้าให้เรียบร้อย พอใส่เสร็จก็มาส่องกระจก เขาก็เห็นตัวเอง ชายผมสีน้ำตาล ดวงตาสีเขียว เขานึกว่าชายตรงหน้าเป็นใคร ภายในหัวของเขามีความทรงจำเข้ามา เขาเลยรู้ว่าตัวเองชื่ออะไร

 

“ฉัน...ฉันคือคีย์ วันเดอร์เลอร์...สินะ...”

 

ความอ้างว้างบางอย่างอยู่ภายในจิตใจของเด็กหนุ่ม เด็กหนุ่มส่ายหน้าก่อนจะเดินออกจากห้อง เขาสงสัยว่าตัวเองจะไปไหนกัน แต่ร่างกายของเขาก็เดินไปเรื่อยๆ เดินลงบันไดมาก็เดินไปตามทางที่มืดมิดจนมาถึงห้องหนึ่ง ข้างในนั้นมืดจนเด็กหนุ่มขยำหาสวิตช์ไฟ พอขยำเจอเด็กหนุ่มกดสวิตช์นั้น ไฟก็เปิดทำให้เห็นสิ่งของภายในห้องนั้น โต๊ะที่เต็มไปด้วยขี้บุหรี่ ขวดเหล้า และอาหารสำเร็จรูป เขาเข้ามาก่อนจะไปหยิบถุงขยะ เขารู้สึกว่าที่ไม่ใช่ชีวิตที่เขาควรเป็นเลยจริงๆ

 

“นี่...คือชีวิตของเราจริงๆ นะเหรอ?

 

เด็กหนุ่มหันไปมองกระดาษที่อยู่บนโต๊ะ มีเขียนแค่ว่าไม่กลับบ้าน หาอะไรทานเองละกัน เขาถอนหายใจแรงๆ ก่อนจะเก็บขยะนั้นแบบไม่รู้สึกอะไร ก่อนจะเตรียมตัวออกไปเรียน เด็กหนุ่มเดินออกมาตามทางเขายังคิดถึงฝันเมื่อคืนเป็นฝันที่น่ากลัวแต่ก็มีความสุข แต่ไม่รู้ทำไมพอนึกถึงตัวเอกที่เขาเป็นมันกับรู้สึกอ้างว้างที่จำชื่อไม่ได้

 

“ทำไมถึงนึกไม่ออกนะ ชื่อของตัวเราอีกคนในฝันนั้น...”

 

โลกอีกใบกำลังกำเนิดไปอย่างช้าๆ แต่อีกโลกกำลังจ้องมองเหตุการณ์ที่ไม่น่าดูอย่างเป็นทุกข์ คนเป็นพ่อแม่ต้องมาเห็นลูกของตนโดนทำร้ายจนปางตาย มันยิ่งเจ็บปวดเข้าไปอีก เพอร์ซีย์ที่จ้องลูกสาวที่นอนอยู่ที่พื้น สภาพของลูกสาวทำให้เขาเจ็บปวดใจมากๆ เขาอยากให้ตรงนี้เป็นเวลาปัจจุบัน เขาอยากเข้าไปชกชายที่ทำร้ายลูกสาวของเขา ระหว่างที่เขากำลังโกรธอยู่ เขาก็ได้ยินเสียงเล็กๆ เรียกเขา

 

‘พ่อ...’

เพอร์ซีย์ได้ยิน เขาค่อยๆ หันไปมองลูกสาวเขา

‘พ่อ...แม่...’

“โพรทาเลีย...” เพอร์ซีย์หันไปมองลูกสาวของเขากำลังนอนอยู่ที่พื้นตรงนั้น

“ลูกแม่...” แอนนาเบ็ธได้ยินเสียงลูกสาวเรียกเธอ

ทั้งสองคนมองลูกสาวอย่างเป็นห่วง พวกเขาได้ยินเสียงสั่นเครือของเธอพร้อมน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน เด็กน้อยยกมือตัวเองขึ้นมาลองที่หน้าของตัวเองพร้อมกับพูดประโยคที่ทำให้พ่อแม่ได้ยินถึงกับจุกไปทันที

‘หนู...หนูยังไม่อยากตาย...พ่อแม่...ช่วยหนูด้วย!’

 

แอนนาเบ็ธได้ยินแบบนั้น เธอซุกลงกับพื้นพร้อมกับร้องไห้ออกมา เพอร์ซีย์กำหมัดแน่น ตัวเขานั้นรู้สึกโกรธตัวเองที่ไม่รู้เลยว่าลูกของตนต้องเจออะไรมั้ง เพอร์ซีย์รีบหันไปหาชายที่ทำร้ายลูกเขา เขาวิ่งไปหาชายคนนั้น แล้วยกมือขึ้นมาจะไปชกอีกฝ่าย แต่ตัวเขากับทะลุชายตรงหน้าจนทำให้เขาล้มลงไปกับพื้น

 

เพอร์ซีย์พยุงตัวเองถึงกับเจ็บใจขึ้นมาทันที “โธ่เว้ย!!”

 

คนเป็นลูกมองผู้เป็นพ่ออย่างเศร้าใจ เอเดอร์เดินไปหาร่างเล็กที่นอนร้องไห้ เขาเอื้อมมือเข้าไปจะจับใบหน้าอันเล็กจ๋อย แต่มือของเขากับทะลุเมื่อเขาเห็นแบบนั้น เขาขมวดคิ้วอย่างไม่ชอบใจ เขาไม่นึกว่าคนเป็นน้องของเขาจะเจอกับเรื่องแบบนี้ ถ้าเมื่อก่อนเขาอยู่ข้างๆ น้องตามที่พ่อแม่บอก บางนี้น้องสาวก็คงมีความสุขมากกว่านี้

 

เอเดอร์มีน้ำตาไหลออกมาจากดวงตาข้างซ้าย เขาเช็ดมันออกแล้วลุกขึ้นมา แล้วเอ่ยถามทุกคนออกมา “พวกเราทำอะไรไม่ได้เลยจริงๆ นะเหรอ?

“จะทำอะไร? เอเดอร์” โอราอุสได้ยินคำถามน้องชาย เขาเลยสงสัย

“เราจะหยุดภาพพวกนี้ได้ไง...แค่นี้ก็หนักเกินไปแล้ว...เราจะรับรู้ทุกอย่างที่โพรทาเลียเคยเจอเลยเหรอ?

ทุกคนต่างมองเอเดอร์ พวกเขาไม่รู้จะทำอะไรได้ตอนนี้ โฟกัสกอดพี่สาวไว้แน่นๆ เธอจ้องมองพี่สาวอย่างเป็นห่วง พร้อมกับพูดบางอย่างในใจ

‘พี่ค่ะ...ตื่นขึ้นมาสิ...มาหัวเราะกับหนู...พี่ค่ะ...’

“ฉันรู้ว่านายคงไม่ชอบใจกับสิ่งที่โพรทาเลียเจอ เอเดอร์ แต่นายต้องยอมรับกับสิ่งที่น้องสาวเจอ...” โอราอุสพูดให้เอเดอร์ยอมรับสิ่งที่เห็นตรงหน้า เขาก้มมองที่พื้นก่อนจะพูดต่อ "พวกเรานะ....ทำอะไรไม่ได้ด้วยซ้ำ...นายก็น่าจะรู้"

เอเดอร์กำหมัดแน่น เขารู้สึกสมเพชตัวเองที่ไม่มีประโยชน์อะไรสักอย่าง เบเดอร์จ้องมองภาพตรงหน้าก่อนจะหันไปมองน้องสาวของเขาที่อยู่ในร่างคีย์ วันเดอร์เลอร์ เขารู้สึกเจ็บที่หัวใจที่สุด เมื่อยอมกลับไปนึกถึงอีกฝ่ายที่เข้ามาหาในฐานะคีย์

“บ้า! บ้า! ทำไม...ทำไม...พวกเรา...มัวแต่ทำอะไรอยู่กัน!” เบเดอร์รู้สึกโกรธตัวเองที่ปกป้องน้องไม่ได้เลย มือของเขากำไว้แน่นมากๆ จนเลือดไหลออกมา

“พวกคุณจะโทษตัวเองไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา”

เสียงของลิซ่าเอ่ยพูดอีกครั้ง ทุกคนก็หันไปหาเธอ พวกเขาบางคนเริ่มสงสัยว่าเธอมีสีผมสีฟ้าตั้งแต่ตนเหรอ

“คุณเป็นใครกันแน่ ลิซ่า” เบเดอร์ถามลิซ่าทันที

ลิซ่ายิ้มอ่อนๆ ออกมา แล้วหันไปตอบเบเดอร์ที่ถามเธอ “คิก...ข้าเป็นแค่หญิงที่เฝ้าดูแลโพรทาเลียมาตลอดก็เท่านั้น”

“เฝ้าดูแลโพรทาเลียมาตลอด?แอนนาเบ็ธทวนคำพูดของลิซ่า

เพอร์ซีย์ได้ยินที่ลิซ่าพูดเขาหันไปมองลิซ่า ก่อนที่สายตาของเขาจะไปเห็นแซเทิร์นยกเคี่ยวขึ้นมา ใบหน้าของเขาซีดขึ้นมา เขารีบวิ่งไปหาลูกสาวทันที

“โพรทาเลีย!!”

 

เคียวนั้นถูกเหวี่ยงเข้าไปหาโพรทาเลีย แสงบางอย่างก็สว่างจ้าขึ้นมา ทำให้ทุกคนหยุดนิ่ง แล้วหาอะไรปิดใบหน้าป้องกันแสงนั้นเข้าตา พอแสงนั้นหายไป ทุกคนก็หันมามองอีกฝ่ายเกิดอะไรขึ้น ก่อนจะเห็นแซเทิร์นในสภาพที่เขาไม่คิดจะเห็นกัน แซเทิร์นนั้นร่างกายของเขาหายไปครึ่งหนึ่ง ทำเอาน้องๆ เกือบจะอ้วก เพราะเห็นภาพน่าสลดสยองแบบนั้น เพอร์ซีย์งุนงงว่าเกิดอะไรขึ้น

 

“แล้วโพรทาเลียตอนเด็กล่ะ!” เอเดอร์ถามขึ้น

พวกพี่น้องกำลังกังวลกัน โฟกัสที่มาอยู่ข้างๆ พี่สาว เธอก็รู้ว่าร่างวัยเด็กพี่สาวอยู่ตรงจุดไหน

“เธออยู่ตรงนั้น” โอราอุสพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ เขาหันหน้าไปตามทางที่เขาเห็น

 

ทุกคนหันไปมองโอราอุสแล้วเห็นภาพตรงหน้าที่มีหญิงสาวผมสีฟ้ากำลังประคองโพรทาเลียตัวน้อยไว้บนตัก ใบหน้าของหญิงสาวผมสีฟ้านั้นซีดและหอบ เธอมองเด็กน้อยอย่างเป็นห่วง ทุกคนที่เห็นหญิงสาวคนนั้นพวกเขาก็หันไปมองลิซ่าที่ยืนอยู่ แอนนาเบ็ธเห็นหญิงสาวที่อยู่กับลูกสาวกับหญิงสาวตรงนี้ เธอแปลกใจขึ้นมาทันที

 

“นี่...เธอ...อยู่กับลูกสาวของฉันมาตลอด...” แอนนาเบ็ธถามลิซ่าอย่างสับสนไปหมด

ลิซ่าหันไปมองแอนนาเบ็ธ เธอเดินไปหาอีกฝ่ายแล้วย่อตัวนั่งข้างๆ อีกฝ่าย “ค่ะ แอนนาเบ็ธ ข้าอยู่กับลูกสาวเจ้ามาตลอด ดูแลเด็กคนนั้นเหมือนลูกสาวข้า”

เมื่อลิซ่าพูดแบบนั้นออกไป แอนนาเบ็ธสัมผัสได้ถึงความเป็นแม่ของอีกฝ่าย นั้นทำให้น้ำตาของเธอไหลออกมาอีกครั้ง เธอโผเข้ากอดอีกฝ่ายทันที

“ขอบคุณ...ลิซ่า...ขอบคุณที่อยู่ข้างๆ เด็กคนนั้น...”

ลิซ่าอึ้งไปแป๊บหนึ่ง ก่อนจะกอดอีกฝ่ายตอบด้วยความอ่อนโยน เธอลูบหลังอีกฝ่ายเบาๆ

“ไม่ต้องขอบคุณหรอกค่ะ ข้าเต็มใจที่ได้อยู่ข้างๆ เด็กคนนั้น แอนนาเบ็ธ”

แอนนาเบ็ธพูดแบบนั้น สายตาของเธอก็หันไปมองตัวเองที่กำลังอยู่กับเจ้าตัวน้อยของเธอ ตอนนั้นเธอจำได้ว่าตัวเองจะพูดอะไรออกมา

 

ไม่ต้องกลัวนะ ไม่ต้องกลัว...ข้ามาช่วยแล้วนะ...ข้าข้างๆ เจ้าแล้วนะ

 

แอนนาเบ็ธได้ยินเสียงของลิซ่าที่กำลังพูด เธอดันตัวเองออกมองเหตุการณ์ตรงหน้า เธอดีใจที่ลิซ่ามาช่วยลูกสาวของตน ก่อนที่เธอจะได้ยินเสียงร้องไห้เล็กๆ ของลูกสาวที่นอนอยู่บนตักของหญิงสาวผมสีฟ้าดังขึ้น พร้อมกับคำพูดของเด็กคนนั้น

 

‘ฮือ...ขอบคุณ...ฮือ...ขอบคุณที่มาช่วยหนู...’

 

เพอร์ซีย์จ้องมองเหตุการณ์ตรงหน้า ตอนนี้เขาคิดหลายอย่างอยู่ในหัว เขาไม่เคยคิดจริงๆ ว่าลูกสาวเขานั้นเจออะไรมั้ง เขารู้สึกผิดหวังกับตัวเองที่ไม่สามารถช่วยลูกได้ เขาเคยสัญญากับลูกจะปกป้องให้ถึงที่สุดแต่นี่เขาไม่สามารถทำอะไรได้เลยจริงๆ เสียงกรีดร้องก็ดังขึ้นมา ทุกคนตกใจกับเสียงนั้นพวกเขาต่างมองหน้าเสียงนั้น พวกผู้หญิงต่างหวาดกลัวเสียงกรีดร้องนั้น พวกผู้ชายต่างตกใจแล้วเริ่มหาต้นเสียงนั้น

 

“เกิดอะไรขึ้นนะ!” เบเดอร์ถามขึ้นมาอย่างตกใจ

“เสียงกรีดร้องออกใครนะ!?เรน่ามองหาต้นเสียง

“ทุกคนเหตุการณ์มันเริ่มเร็วขึ้นแล้ว!” เอเดอร์มองรอบๆ

 

ทุกคนต่างมองรอบๆ ทันที เหตุการณ์มันเริ่มเร็วขึ้นจริงๆ เพอร์ซีย์เห็นภาพลูกสาวของเขาโดนทำร้าย โดนทารุณ จนถึงขั้นโดนฆ่าตาย เขาเห็นหัวลูกสาวกระเด็นมาอยู่ตรงเท้าเขา เพอร์ซีย์ถึงกับอ้วกออกมาทันที แอนนาเบ็ธถึงกับสลบไปทันที

 

“แอนนาเบ็ธ!!” ลิซ่าประคองอีกฝ่ายทันที “ทำใจดีๆ ไว้นะ”

“พ่อ!! แม่!!”

ทุกคนเรียกพ่อกับแม่ พวกผู้ชายไปดูพ่อ ส่วนสาวสองแฝดไปดูแม่ของตัวเอง

โฟกัสมองด้วยสายตาสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ “นี่มันเกิดอะไรขึ้นอีกนะ?

“โฟกัสสสสสสสสสสสสสสสสส!!!”

เสียงคุ้นเคยดังขึ้น พวกจิตวิญญาณทั้ง 5 ตนออกมาจากร่างของโฟกัสและโพรทาเลีย โฟกัสเงยหน้ามองพวกเขาที่กำลังลอยเหนือหัวของเธอ

“ทั้ง 5 คน มีอะไรกันถึงออกมาตอนนี้?

“เกิดเรื่องแล้วล่ะ!!” ดาเฟ่ลอยมาตรงหน้าของโฟกัส

อาเดียนรีบลอยมาอยู่ข้างหน้าดาเฟ่ “จิตวิญญาณใหม่ กำลังเล่นงานโพรทาเลียอยู่ตอนนี้”

สามสาวที่เหลือก็รีบลอยมาแล้วพูดพร้อมกัน “แล้วก็เขากำลังเปลี่ยนความทรงจำของโพรทาเลียด้วยล่ะ!!”

โฟกัสที่ได้ยินถึงกับตกใจทันที “ว่าไงนะ! ?

 

จบตอนที่ 38 โปรดติดตามตอนที่ 39 ต่อไป