Listen to this for your อรรถรสในการอ่าน

SYML - "The Dark"

 

XXIII

That’s real. Innit?

sds

Photo by Sasha Freemind on Unsplash

 


 

In the dark I learned to love again

A sacred place it’s always been

Where souls depart and life begins

The dark led me to light again

 


 

อย่าลืมลดแสงหน้าจอ เปิดโหมดมืด หรือลดขนาดตัวอักษรก่อน ถ้าอ่านในที่สาธารณะน้าา

บอกแล้วนะ

จริงนะ

ต้องนะ

พ้อมแร้วใช่มุ้ย

ถ้าอย่างนั้น...

ก็

ไป

อ่าน

กัน

เล้ย!!

 


 

 

"อะ อึก—"

จ๊วบ

"อืม"

อ่อก...อึก

"อา ดีครับ"

ลบ...ฉ่ำ...แฉะ

เสียงประหลาดแผ่วเบาลอดออกมาทุกครั้งเมื่อความหฤหรรษ์ลั่นโลด

แม้จะบอกว่าเสียงนั้นแผ่วเบา แต่มันกลับได้ยินชัดสุดในห้องที่ไร้แซ่เสียง แม้แต่เสียงฮีทเตอร์ตัวเก่าที่ว่าน่ารำคาญ ยังไม่สู้เสียงของผิวเนื้อยามเสียดสีกัน
การประชันกันของสองลิ้น มือสองคู่ คนสองคนดูจะไม่ลดละความพยายามในการปรนเปรออีกฝ่าย ราวกับกำลังแข่งขันว่าใครเสียท่าก่อนแพ้อย่างไรอย่างนั้น

“ออ— ฮ้า...ทำไมเสร็จยากเสร็จเย็นขนาดนี้นะ เราเมื่อยกรามไปหมด— อ๊า ตรงนั้นมัน...”

ฮันบ่นได้ไม่ทันไรก็ถึงกับต้องฟุบลงหน้าขาแกร่ง มือน้อยที่กอบกุมท่อนเนื้อไว้สั่นไหว กำมันไว้แน่นเหมือนต้องการที่ยึดเหนี่ยว

“เก่งขึ้นเยอะเลย เดี๋ยวนี้นานกว่าสามนาทีแล้ว” คาร์ลอสยกยิ้มพร้อมคำแซวชวนให้คนฟังหน้าเห่อร้อน

“ซีแอล!” ฮันตวัดสายตาดุๆ กลับไป

แต่มองอย่างไร อัลฟาหนุ่มก็ไม่คิดว่ามันจะน่ากลัวตรงไหน ออกจะน่ารักและอยากแกล้งให้ระทวยยิ่งกว่าเก่า

เสียงเจ๊าะแจ๊ะจากนิ้วมือที่ขยับเข้าออกช่องทางชุ่มฉ่ำทำให้ฮันพร่าเบลอ มันเป็นเสียงที่ฟังดูหยาบโลนแต่ก็ลามกชวนให้อารมณ์หวามไหม

สถิติสามนาทีที่คาร์ลอสยกขึ้นมาพูดดูจะเกินจริงไปหน่อย ครั้งแรกที่อีกฝ่ายทำให้แล้วเขาเสร็จเร็วมันเป็นเพราะฤทธิ์ยา

อย่าว่าแต่อยู่ถึงสามนาทีเลยครั้งนั้น แค่สัมผัสได้ถึงปลายลิ้นสากแตะปากทาง เขาก็เสร็จสมราวกับไม่เคยสัมผัสส่วนนั้นของตัวเองมาก่อน

ความทรงจำของคืนนั้นวาบขึ้นมา ก่อให้เกิดปฏิกิริยาทางร่างกาย

ช่องทางด้านหลังที่ถูกเตรียมพร้อมอยู่หลายนาทีตอนนี้ขมิบรัดนิ้วยาวถี่รัว คาร์ลอสเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มองลูกแกะตัวจ้อย(?)สั่นระริกประคับประคองร่างของตัวเองไม่ไหว จำต้องล้มฟุบนอนทับเขาเหมือนลูกลิงเกาะแม่ไม่มีผิด

“ไม่ทำต่อแล้วเหรอที่รัก ไหนบอกว่าอยากให้ฟินทั้งสองฝ่ายไงครับ” อัลฟาตาฟ้าพูดเชิงหยอกล้อ จับจ้องผลงานสวยๆ ตรงหน้าอย่างพึงพอใจ

บั้นท้ายที่เต็มไปด้วยรอยจับเค้นของฝ่ามือ มันอวบอิ่มเต่งเนื้อแดงเรื่อดั่งลูกพีชก็ไม่ปาน และที่สวยที่สุดจะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้เลยนอกจากรูจีบตรงกลาง

เขาใช้ฝ่ามือที่ค่อนข้างหยาบกร้านของตัวเองเพราะไร้การบำรุง(แม้ว่าฮันจะบังคับให้ขยันทาแฮนด์ครีมบ่อยๆ ก็เถอะ)บีบนวดเนินเนื้อเข้าหากัน ก่อนจะจับแยกออก เผยให้เห็นช่องทางฉ่ำแฉะขมิบถี่

“น่ารักจริงๆ” คาร์ลอสไม่อยากจะยอมรับ ว่าเขาสามารถนั่งดูมันได้ทั้งวัน

“ซีแอล…ไม่ไหวแล้ว ทำเลยได้ไหม”

“รีบจัง หิวเหรอที่รัก” คำที่ฟังดูกำกวมของอัลฟากลิ่นฝนออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจให้มีนัยลามกแต่อย่างใด

คาร์ลอสถามตามความหมายนั้นจริงๆ เพราะฮันยังไม่ได้กินมื้อเย็นเลยตั้งแต่เรียนเสร็จ

แต่เหมือนว่าคนฟังจะตีความลึกไปกว่านั้น

ถ้าเป็นเวลาปกติฮันคงจะทุบอีกฝ่ายไปสักตุบสองตุบ แต่ตอนนี้เขาไม่มีแรงจะต่อรองแล้ว…เพราะมันอยากแทบบ้า

“ใช่ หิวจนตาลายแล้ว กินของนายจนจุกคอก็ยังไม่อิ่ม มันต้องเติมเข้ามาในนี้ให้เต็ม…” โอเมกาฟีโรโมนหวานเอี้ยวตัวมาแหวกแก้มก้นของตัวเอง ก่อนจะส่งสายตาที่ฉ่ำคลอไปด้วยแรงอารมณ์ “…ตัวเอง ตัวเองใส่เข้ามาให้เค้าหน่อยนะ น้า…”

ฮันได้ยินเสียงสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ รู้สึกได้ถึงลอนกล้ามที่ขดเกร็งเป็นลูกใต้สะโพกที่ตัวเองนั่งทับอยู่

“โอเค รอบนี้เธอชนะ ไม่สิ ไม่ว่ารอบไหนเธอก็ชนะอยู่ดีนั่นแหละ” คาร์ลอสยอมลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง เอื้อมมือไปหยิบซองถุงยางที่มีอยู่ทั่วมุมห้อง ข้างเตียงนี่ก็มีอีกกล่องใหญ่ ฉีกซองพร้อมใส่ให้ตัวเอง ถ้าไม่ใช่เพราะฮันดึงไปช่วยใส่ให้

สองมือน้อยช่วยประคับประคองรูดรั้งถุงยางบางเฉียบลงท่อนลำ สีหน้าดูตั้งอกตั้งใจเหมือนเด็กที่ได้ทำงานปั้นหรือศิลปะส่งคุณครู

พอฮันรูดถุงยางลงเรียบร้อย คาร์ลอสก็ช่วยยกเอวของฮันขึ้นด้วยมือเดียว แต่ก่อนจะได้จับเจ้าน้องชายที่ปวดหนึบเข้าช่องทางที่พรั่งพร้อม เขาก็ต้องชะงัก

“ไม่เอาท่านี้ เรา— เค้าอยากเห็นหน้าซีแอล…เค้าอยากเห็นหน้าตัวเองตอนทำด้วย นะ”

ไม่บ่อยที่ฮันจะใช้สรรพนาม ‘เค้า’ แทนตัวเอง กับ ‘ตัวเอง’ เพื่อเรียกเขา ถ้าถามว่าไม่ชอบหรือที่คนรักปากหวาน…ชอบสิ ชอบมากด้วย

แน่นอนว่าคาร์ลอสขอให้ฮันใช้สรรพนามน่ารักๆ หวานๆ เรียกแทนกันอยู่ตลอด แต่เหมือนว่าอีกฝ่ายจะค่อนข้างคิดว่ามันหวานเลี่ยนเกินไป เหมือนมนุษย์ยุค 21 ที่มักจะสาดคำหวานใส่กันแต่ในใจไม่ได้หมายความอย่างนั้น

Honey…Sweetie…Darling หรือแม้แต่ My angel คาร์ลอสยังเคยใช้เรียกฮันมาหมดแล้ว แต่อีกฝ่ายให้มากสุดเวลาอ้อนก็แค่เบบี้หรือเบ๊บ

ถามว่าโกรธไหม ไม่เลย เพราะคนเรามีวิธีแสดงความรักแตกต่างกัน และอีกอย่าง การที่อีกฝ่ายรู้จังหวะว่าต้องพูดตอนไหนนี่สิ มันยิ่งเร้าอารมณ์กว่าเป็นไหนๆ

มันทำให้คำเรียกเหล่านั้นพิเศษกว่าเดิมเมื่ออีกฝ่ายเอ่ยปาก

คาร์ลอสยอมหมุนคนเปลือยท่อนล่างให้หันหน้าเข้าหา เสื้อเชิ้ตสีครีมที่ปลดกระดุมแทบทุกเม็ดจนไหลลงไปกองที่ข้อพับแขนข้างหนึ่ง ความเหมือนจะหลุดแต่ก็ไม่หลุดนั่นมันขับความเซ็กซี่ของคนตัวน้อยมากขึ้นไปเป็นไหนๆ

จะบอกว่าฮันเปลือยทั้งตัวก็ไม่ผิดนัก ส่วนคาร์ลอสที่เสื้อผ้าอยู่ครบชิ้นเพราะมัวแต่โฟกัสกับการปรนเปรอให้คนรักก่อนก็ดูเซ็กซี่มากไม่ต่างกัน

ฮันมองภาพตรงหน้าแม้ดวงตาจะพร่ามัว ความหล่อทะลุปรอทของอัลฟาหนุ่มแทบจะแทงตาแตกขนาดนี้ต่อให้สายตาสั้นมากขนาดไหนก็ยังต้องอึ้ง

โอเมกากลิ่นชาดอกไม้ไม่เข้าใจ ทำไมคนที่เสื้อผ้าอยู่ครบชิ้นถึงฮอตได้ขนาดนี้

ดวงตาสีฟ้าอ่อนอันร้อนแรงยามจับจ้องมา ริมฝีปากกระจับดูจะแห้งไปตามเวลาที่ไม่ได้สัมผัส จนเจ้าตัวต้องแลบลิ้นเลียมันด้วยสีหน้าชวนกระหาย ฮันอยากจะยื่นหน้าเข้าไปช่วยดูดกลืนเสียเดี๋ยวนั้น

บ่าไหล่ผึ่งผายรับกับลำคอที่เหมือนจะหนาขึ้นเพราะอีกฝ่ายหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ ไม่ได้นั่งทำงานในแล็บเพียงอย่างเดียวแล้ว อาหารการกินก็ดีขึ้น กินเป็นเวลา ไม่อดนั่งหลังขดแข็งทำงานเหมือนแต่ก่อน

ฮันมองตามเชิงกรานที่โผล่วับๆ แวมๆ มาให้เห็นใต้เสื้อเชิ้ตสีดำของอีกฝ่าย ไรขนอ่อนผลุบหายไปใต้ส่วนที่เขานั่งทับ สัมผัสจากท่อนเนื้อร้อนแนบร่องก้น…ชักจะทนไม่ไหวแล้วสิ

เสี้ยววิเท่านั้นกับการกวาดสายตาจาบจ้วงทะลุทะลวงร่างกายแข็งแรงของคนรัก ฮันกำปลายเสื้อเชิ้ตสีดำ ก่อนจะถกมันขึ้นให้เห็นลอนกล้ามเรียงตัวสวย

เซ็กซี่เป็นบ้า

ส่วนมือเรียวอีกข้างก็เริ่มปฏิบัติหน้าที่ จับแท่งเนื้อมหัศจรรย์(?)จ่อปากทาง เขายกสะโพกขึ้นในขณะที่ประสานสายตา จังหวะที่กดตัวลงมาจึงได้เห็นสีหน้าแสนทรมานของอัลฟาที่เพื่อนเคยปรามาสว่าเย็นชา…ชาตินี้คงไม่มีทางรักใครได้

“อา…ตัวเองรู้ไหม คนสมัยก่อนเวลามีเซ็กซ์กัน เขาจะกระตุ้นอารมณ์คู่นอนยังไง” กดตัวลงยังไม่ทันสุด จู่ๆ ฮันก็พูดถึงคนสมัยก่อนขึ้นมา

แน่นอนว่าอัลฟาผมบลอนด์ตอนนี้แทบจะไม่เหลือสติตอบคำถามหนูน้อยเจ้าปัญญาแล้ว

“ยังไงครับที่รัก” คาร์ลอสอยากกระแทกสวนขึ้นไปแทบคลั่ง แต่สมองยังยั้งตัวเองไว้ได้เพราะกลัวทำให้ฮันเจ็บ

“คนถูกสอดก็จะต้องพูดว่า…ของเธอใหญ่มากเลยที่รัก มันแน่นมาก ทั้งใหญ่ยาวร้อน รู้สึกได้ถึงตรงนี้เลย หลายคนก็ต้องพูดคำโกหกเพื่อให้คู่นอนรู้สึกดี แต่ของตัวเองน่ะ ไม่ต้องโกหกด้วยซ้ำ ก็เห็นๆ กันอยู่…” ฮันจับฝ่ามือคาร์ลอสให้ไปวางแนบหน้าท้องน้อยของตัวเอง “ขนาดยังเข้าไปไม่สุดยังขนาดนี้…ถ้าของตัวเองเข้าไปสุดเค้าคง— อ๊า!!”

ไม่ต้องอธิบายมากว่าฉากต่อจากนี้คืออะไร จะให้นั่งอดทนฟังเจ้าตัวดีพูดยั่วตาใสต่อไป เห็นทีว่าเขาคงต้องลาไปบวชของจริง

คาร์ลอสรวบร่างบางแนบอก ก่อนจะกระทุ้งเอวเข้าไปจนสุด

และแน่นอนว่าไม่ปล่อยให้แมวขี้ตกใจขนพองอยู่นาน เขาขยับเอวสวนถี่รัว ยิ่งอยู่ในท่านี้ยิ่งง่ายต่อการสอดใส่ให้ลึก…ล็อกเอวไว้แล้วนะครับที่รัก อยากจะหนีก็หนีไม่ได้แล้วล่ะ

“อือ…ว่าต่อสิครับ ที่รัก…คนสมัยก่อนเขาว่ายังไงอีกนะ…ฉันฟังอยู่” อัลฟาหนุ่มกระซิบชิดข้างหู น้ำเสียงหวานๆ มันช่างขัดแย้งกับเอวเบื้องล่างเสียจริง

“อะ— อ๊ะ— อือ…ฮือ ตัวเองเบา— ช้าหน่อย ออ— เค้าเสียว—!”

พูดไม่ได้ศัพท์แล้วของแท้ ฮันเบิกตากว้างหลังสิ้นประโยค ปลายหัวของคาร์ลอสมันกดเข้าที่จุดกระสันภายในพอดีอย่างกับจับวาง ความรัวเร็วในการกระแทกเข้าออกทำให้ส่วนนั้นกดเข้าไปโดนซ้ำๆ

นัยน์ตาคู่สวยค่อยๆ ลอยขึ้นไม่ต่างจากใจดวงน้อย ฮันรู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังเล่นไวกิ้งที่ค่อยๆ ไต่ระดับความสูง แต่มันไม่มีทางลง มีแต่ขึ้นไปสูงเรื่อยๆ

คาร์ลอสรู้สึกไม่ได้ดั่งใจเล็กน้อยกับความคับแคบของเตียง ต่อให้ฮันจะตัวเล็ก(เตี้ยนั่นแหละ)กว่าเขามาก ไม่ต้องกังวลว่าเวลาอารมณ์พุ่งทะยานสูงแล้วหัวของอีกฝ่ายจะไปโขกกับชั้นวางหนังสือด้านบนหรือไม่ แต่เขาก็หงุดหงิดอยู่ดี

อัลฟาหนุ่มตัดสินใจกระชับเอวของคนที่เสียวจนตาลอยเอาไว้ ก่อนจะอุ้มออกมาให้พ้นระยะเตียง

และใช่…ท่ายืน

“เฮือก! ตัวเอง— ตัวเอง เค้าจะตกนะ”

“ฉันไม่ทำเธอตกแน่นอน ถ้ากลัวก็เกาะไว้แน่นๆ นะครับ”

ปับปับปับ

น้ำหนักตัวสวนแรงโน้มถ่วงโลก ที่เคยคิดว่ามันลึกมากแล้ว มันยิ่งเข้าไปลึกกว่าที่คาดจนคนถูกอุ้มกระเตงร้องเสียงหลง

“อ๊าก มันลึก! ซีแอ— เธอ— ตัวเอ— อึก!?!” สรรพนามสารพัดไม่สามารถเปล่งออกมาได้เต็มคำ ถ้าหัวสั่นหัวคลอนแล้วยังพูดรู้เรื่องก็ถือว่าเก่งโข

ต่อให้คาร์ลอสจะรู้ว่ากำแพงห้องค่อนข้างเก็บเสียง แต่เขาก็ไม่มั่นใจอยู่ดีว่าเสียงครวญครางบวกกับเสียงเนื้อกระทบเนื้อจะไม่ลอดไปห้องข้างๆ

เขารู้ว่าถ้าฮันมีสติดีจะไม่มีทางร้องเสียงหลงขนาดนี้ ก็เลยจัดการประกบริมฝีปาก ดูดดึงเรียวลิ้นที่เหมือนไม่รู้ว่าจะเอาไปเก็บไว้ตรงไหน

ใจจริงอัลฟาตัวสูงอยากให้ฮันอ้าปากครางให้สมใจอยาก เขาอยากฟังเสียงร้องเพราะๆ ของอีกฝ่ายจะแย่ ถ้าไม่ติดว่าหลังเสร็จกิจแล้วอาจจะมีผลกระทบที่ตามมา

นับประสาคาร์ลอส เขาไม่เคยสนใจอยู่แล้วถ้าคนอื่นรู้ว่าทำอะไร แต่กับฮัน เขากลัวว่าฮันจะต้องอับอายถ้าข้างห้องรู้ว่าพวกเขาทำอะไรกัน หลังจากอีกฝ่ายได้สติแล้วต้องรู้สึกแย่แน่ถ้ารู้ว่าตัวเองร้องเสียงดังขนาดที่ห้องอื่นอาจจะได้ยิน นอกเหนือจากความอาย อีกฝ่ายคงจะรู้สึกไม่ดีที่รบกวนเวลาพักผ่อนของคนอื่น

“ข้างในของเธอรู้สึกดีมากเลยรู้ไหม…ดีจนอยากจะฝากฝังไว้ไม่ยอมถอนออกเลย”

“อะ— อ๊ะ— ฮะ...ดี ดี!” ฮันพูดทั้งๆ ที่หัวสั่นหัวคลอน หน้าตาเหมือนคนเมาเซ็กซ์ ดวงตาปรือปรอยมีหยาดน้ำใสคลอหน่วย มันหลั่งรินออกมาเป็นระลอกเมื่อเจ้าของบิดเกร็งด้วยความเสียวซ่าน

เรียวขาสองข้างที่ไร้แรงเกาะเกี่ยวเอวสอบนั้นไม่เป็นปัญหา ที่คาร์ลอสบอกว่าจะไม่ทำให้ตกคือคำที่เชื่อมั่นได้ สองแขนที่หมั่นวิดพื้นและยกน้ำหนักนั้นแสดงศักยภาพของตัวเองในตอนนี้อย่างเต็มที่

เพราะว่ามีเพศรองเป็นอัลฟา ด้านร่างกายคือข้อได้เปรียบของพวกเขา แค่กินครบสามมื้อ ออกกำลังกายนิดๆ หน่อยๆ อย่างสม่ำเสมอก็แข็งแรงอย่างน่าเหลือเชื่อ คาร์ลอสแทบไม่เคยเจ็บป่วย

คนผิวขาวจัดมองช้อนคนที่ทำหน้าเซ็กซี่แบบไม่รู้ตัวเอง แน่นอนว่าฮันตาพร่าไปหมดจนไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร ยิ่งเห็นหน้าแดงๆ ใบหูและลำคอระเรื่อขึ้นไม่ต่างจากคนเมา ดวงตาดั่งท้องทะเลปรือน้อยๆ บวกกับน้ำตาแห่งความรู้สึกดี ริมฝีปากอิ่มถูกขบเม้มด้วยฟันขาวเบาๆ เพราะไม่อาจกลั้นเสียงคราง

ยิ่งมองปฏิกิริยาของฮัน เขาก็ยิ่งอยากทำให้คนรักรู้สึกดี…ดีจนทนไม่ไหว

คาร์ลอสช้อนใต้ข้อพับขาแล้วแหวกออกกว้างกว่าเดิม

ก่อนจะกระซิบเสียงแหบพร่า

“ทั้งร้อน ทั้งนุ่ม ทั้งรัด ดูดของฉันแน่นขนาดนี้ ชอบมากเลยใช่ไหม”

ยิ่งพูดหยาบโลน ฮันก็ยิ่งบีบรัดช่องทาง อัลฟาตัวโตถึงกับหน้าเบ้ ยืนเป๋ไปบางจังหวะ

“ชอบ…ชอบ ข้างใน— ข้างในเค้า…”

“ครับ ข้างในเธอเป็นยังไง…หื๊ม?”

อยากให้ตัวเองปล่อยข้างในตัวเค้า

“…!” อัลฟาผมบลอนด์ขมวดคิ้วแน่น ความคิดเบื้องต่ำในจิตใจแทบกู่ร้องก้องตะโกนว่า ใช่อยากเสร็จข้างใน แบบที่ไม่มีถุงยาง อัดน้ำเชื้อเข้าไปจนกว่ามันจะไม่มีที่ว่างเหลือพอจนน้ำเสร็จของเขามันเอ่อล้นออกมานอกช่องทาง

แต่เพราะเขายังหลงเหลือสติคิดถึงอีกด้านในความหมายนั้น ศีลธรรมอันดีในจิตใจยังโต้แย้ง เสียงทุ้มรีบพูดแก้

“Of course, sweetheart. I’ll cum inside you for sure…but in my condom. Okay?”

ฮันส่ายหน้าจนผมสะบัดยุ่งเหยิง

“ไม่เอา ไม่ อึก— เค้าอยากให้เต็ม…น้ำ…น้ำตัวเองฉีดให้เต็มท้องเค้าเลย”

คาร์ลอสขบกรามแน่นหลังได้ยินประโยคนั้น เขารู้สึกว่าเส้นอันตรายกำลังจะถูกข้ามอย่างไรชอบกล

“ที่รัก อย่าพูดอะไรดื้อๆ แบบนี้!” คาร์ลอสหยุดขยับ กระชับร่างเจ้าตัวแสบมากอดแน่น

“เค้าพูดจริงนะ” ฮันปาดน้ำตาออกเพื่อให้เห็นหน้าหล่อคมชัดเจน

“เธอจะเสี่ยงท้อง” น้ำเสียงกระซิบแผ่วเบานั้นฟังดูจริงจังกว่าเดิม เขาเคยพูดเรื่องนี้ไปแล้วในครั้งแรกของการมีเซ็กซ์กัน แต่คาร์ลอสจะขอย้ำอีกครั้ง

ทว่า

“เค้าอยากท้อง…ท้องกับเธอ ลูก…อยากมีลูกกับซีแอล” ปากว่าตาขยิบ พูดเสียงออดอ้อนข้างหูไม่พอ ก้นกลมยังขยับโยกขึ้นลงเองคงเพราะคนตัวสูงกว่าเว้นจังหวะไปนานจนไม่ได้ดั่งใจ

“ฮึ่ม…ตีให้ตูดลายเลยดีไหมเนี่ย!”

“ดี ดี”

“ถ้าสร่างเซ็กซ์แล้วจำไม่ได้ว่าตัวเองพูดอะไรออกมาบ้าง ฉันจะลงโทษเธอนะครับ เบ๊บ”

“อืม…อะ เค้าจะเสร็จ— !!” ดวงตาเบิกว้าง ปากอ้าค้าง ปลายเท้าเหยียดเกร็งบนไหล่หนา “อะ...หะ”

คลื่นแห่งความสุขฉีดพ่นออกมาเลอะเต็มเสื้อเชิ้ตสีดำอันยับยู่ ฮันหอบอากาศหายใจอยู่หลายนาทีกว่าจะกลับมารู้สึกถึงท่อนเนื้อร้อนที่ยังคาอยู่ภายใน คนที่เสร็จก่อนถึงได้อ่อนระทวย

คาร์ลอสบดกรามอย่างอดทน มองคนที่กำลังบีบรัดลูกชายของเขาแน่น ใบหน้ายามสำเร็จความใคร่ของฮันมันกระตุ้นด้านมืดของเขาจนแทบคลั่ง และอีกฝ่ายก็เหมือนจะรู้ตัวแล้ว ว่าตัวเองน่ะเซ็กซี่ขนาดไหน ทุกการกระทำของตัวเองมันมีผลต่อเขาอย่างไร

ฮันมักจะบอกว่าเขาชอบกลายร่างเป็นหมาน้อยหูตกอยู่บ่อยๆ เมื่อต้องการความรักหรือสัมผัส เขาล่ะอยากจะบอกกลับไปเหมือนกันว่าเธอขาก็กลายร่างได้ไม่ต่างกัน

กลายร่างเป็นแมวยั่วสวาทยังไงล่ะ

ในยามปกติก็เป็นแมวอยู่แล้ว แต่เป็นแมวส้มแสนแสบ น่ารักดุ้กดิ้ก เชื่องบ้างบางเวลา แต่อย่าไปจับมากเพราะเดี๋ยวโดนข่วน

ส่วนตอนนี้คือแมวดำที่พร้อมจะออดอ้อนออเซาะ น่ารักน่าขยำ น่ามันเขี้ยว รู้ว่าตัวเองน่ะน่ารัก รู้ว่าต้องทำยังไงให้เจ้าทาสตัวนี้ยอมสยบใต้ฝ่าเท้า

พอเสร็จสมได้หนึ่งรอบก็เบาสบายตัว

ฮันยิ้มแฉ่ง ดันร่างตัวเองลง ยืนแทบจะไม่ไหวก็ไม่ขอยืนนาน ฮันหมุนเก้าอี้ตรงโต๊ะทำงานของคาร์ลอสให้หันมา ก่อนจะยันเข่าข้างหนึ่งลงไป ถ้าไม่ได้คนตัวโตช่วยประคอง คงลงไปกองที่พื้นของจริง

มือข้างที่ไม่ได้เกาะพนักพิงเอื้อมมาแหวกแก้มก้น ก่อนจะส่งสายตาหวานหยดไปให้คนที่ยังยืนทื่ออยู่ด้านหลัง

“รออะไรอยู่ตัวเอง มาเอาเค้าแรงๆ สิ”

 

αβΩ

 

“ไม่ต้องรับสาย…ถ้าเธออยู่กับเขา” เอมิลี่ร้อง

“ถ้าเธอไม่เหงา!” ลูคัสแก้

“เออก็คล้ายๆ กันนั่นแหละน่า” เสียงทักทายด้วยการตบมุกอย่างโบ๊ะบ๊ะ(ว่องไว กระฉับกระเฉงอย่างเล่นปุ๊บตบปั๊บ เล่นปั๊บตบปุ๊บ เล่นปุ๊บๆ ตบปั๊บๆ เล่นปั๊บๆ ตบปุ๊บๆ)ของเพื่อนเริ่มขึ้นเมื่อมีสมาชิกใหม่เดินเข้ามา

เช้าตรู่ของวันใหม่เริ่มขึ้น แล็บประจำที่คณะมอบให้ห้องละกลุ่มตอนนี้ดูจะครึกครื้นกว่าปกติ ก็ไม่น่าแปลกใจนักเพราะใกล้เข้าช่วงสำคัญ นักศึกษาจึงขะมักเขม้น ตั้งหน้าตั้งตาตั้งอกตั้งใจ หรือเรียกสั้นๆ ว่า ‘ปั่นงาน’ กันให้วุ่น

ห้องไหนมีคนอยู่ก็จะมีแสงเปิดไว้ บ่งบอกว่ามีใครกำลังทำงานอยู่ในห้อง และแน่นอนว่าแทบจะไม่มีห้องไหนที่ปิดไฟก่อนเวลาเลิกเลยช่วงนี้ เรียกได้ว่าเปิดแล็บกันแทบจะยี่สิบสี่ชั่วโมง ใช้ไฟมหาวิทยาลัยให้คุ้มค่าเทอมแสนแพง

และกลุ่ม A3 ก็เป็นหนึ่งในห้องแล็บที่แทบไม่เคยปิดไฟเลยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเมื่อคืนมีใครนั่งทำงานหน้าเครียดในแล็บกันอยู่สองคน

“’ไงมึง หน้าตาแจ่มใสเชียวนะ” โจเซฟถอดแว่น(ใส่เฉพาะตอนตั้งใจทำงาน) หันมาทักทาย

“ทดลองโปรแกรมเลยไหม” ไร้คำทักทายกลับ อัลฟาผมบลอนด์เข้าเรื่องทันที “วันนี้ทดลองระบบเสร็จแล้วกูขอกลับก่อน”

ที่จริงแล้วกลุ่มของพวกเขาทำโปรเจ็กต์เป็นโปรแกรมหนึ่งก็เท่านั้น ความยากคือระบบที่จะประมวลการทำงานของเวลาในสถานที่ที่แตกต่างกัน เป้าหมายเพื่อให้ได้รู้ว่า สรุปแล้วเวลานั้นมีการเดินทางอย่างไร เดินไปข้างหน้าอย่างเดียวหรือไม่ แท้จริงแล้วเวลาไม่ได้เดินเป็นเส้นตรง หรืออนาคตที่จะถึงนี้อาจจะไม่ใช่เวลาในกาลข้างหน้าอย่างที่เราเคยเข้าใจมา

ทฤษฎีที่ว่ามีนาฬิกาอยู่หนึ่งอันที่เป็นตัวควบคุมนาฬิกาทั้งหมดในจักรวาลนั้นแท้จริงแล้วเป็นเช่นไร

ความซับซ้อนของเรื่องเวลาเป็นเรื่องที่น่าสนใจแต่ก็น่าสับสนในคราวเดียว ที่มนุษย์ยังไม่ค่อยศึกษากันเพราะคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว เวลาในแต่ละสถานที่ก็แตกต่างกัน และคนอื่นๆ ที่ไม่ค่อยเลือกทำเกี่ยวกับเรื่องนี้อาจเพราะไม่เล็งเห็นถึงประโยชน์ที่จะนำมาใช้จริงได้ง่าย

เราจะรู้เรื่องของเวลาไปทำไม…ในเมื่อยังไงมนุษย์ก็ต้องตายในไม่ช้า

เราจะรู้เรื่องของเวลาไปทำไม…ในเมื่อชีวิตยังต้องดำเนินไปข้างหน้า

ในขณะที่คนบางกลุ่มชอบหนังเกี่ยวกับการย้อนเวลา เพราะตนเองก็ปรารถนาที่จะได้ย้อนกลับไปแก้ไขอดีต

ในขณะที่คนบางกลุ่มกลับส่ายหน้า ปลดปลงกับสิ่งที่ผ่านมา ไม่ขอหวนคืนด้วยเอียน ด้วยเกลียด ด้วยเวทนา

ไม่ว่าสิ่งที่ได้ทำลงไปแล้วจะดีหรือร้าย คนเราก็ไม่มีวันได้หยุดพักจนกว่าจะถึงกาลอวสาน ซึ่งก็ไม่ใช่อนาคตอันใกล้นี้อยู่ดี

เว้นแต่ว่ามนุษย์จะหาวิธีดำรงอยู่อย่างเป็นอมตะได้เสียที นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมผู้คนถึงเอาเวลาอันน้อยนิดของชีวิตไปหมกมุ่นกับเรื่องอื่น อย่างน้อยๆ ตอนนี้ก็ไปยุ่งอยู่กับวิธีทำให้มนุษย์อายุยืนมากกว่าเดิม แข็งแรงมากขึ้น มีภูมิคุ้มกันโรคภัยแปลกๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต มันถึงได้มีเพศรองขึ้นมายังไงล่ะ

ถ้ากำลังสงสัยอยู่ว่าถ้าเรื่องเวลา การย้อนอดีต หรือไปยังอนาคตมันซับซ้อน ยุ่งยาก และยังไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน แล้วทำไมโปรเจ็กต์ของพวกเขาถึงได้ทำเรื่องนี้ แถมยังทำโปรแกรมประมวลผลผ่าน เตรียมเรียนจบก่อนใครแบบนี้

คำตอบคือจริงๆ แล้วโปรเจ็กต์นี้มีเป้าหมายแฝง ซึ่งเรื่องที่ทำให้ทั้งกลุ่มเครียดก็คือเป้าหมายนี้นี่แหละ แต่ตอนนี้มีเครื่องมือที่พร้อมกว่าในอดีตมาก ทฤษฎีสมคบคิดมากมายเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมาจึงเริ่มเข้าใกล้ความเป็นจริง

กลุ่ม A3 ระบบประมวลผลของเวลา เป้าหมายหลัก คือการสร้างโปรแกรมประมวลผลการทำงานของเวลา พูดให้เข้าใจง่ายๆ สิ่งนี้คือ ‘นาฬิกากลางของเอกภพ’ ที่มีความเที่ยงตรงถึง 99.99% ซึ่งก็คือถ้าโปรเจ็กต์นี้สมบูรณ์เมื่อไร มันจะบอกเวลาที่ถูกต้องเที่ยงตรงขนาด...หนึ่งร้อยล้านปีถึงคลาดเคลื่อนไป 0.001 วินาที

ประโยชน์ของโปรเจ็กต์นี้ ช่วยเปิดการเรียนรู้เรื่องเวลา รู้ระบบเวลาที่แตกต่างกันของแต่ละดวงดาว แต่จุดที่ยากที่สุดก็คือการตอบสนองเป้าหมายแฝง ซึ่งก็คือการเอาตัวเองเคลื่อนที่ไปอยู่ ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่เวลาปัจจุบัน หรือเรียกง่ายๆ ว่ามันคือ ‘การย้อนเวลา’ อย่างที่คนส่วนใหญ่เข้าใจกัน

เป้าหมายแฝงนี่แหละที่รับเอาความยุ่งยากทั้งหมดไป

มันจึงเชื่อมโยงไปยังทฤษฎีที่ว่าในจักรวาลนี้มีนาฬิกาหลายเรือน ไม่ใช่นาฬิการัดข้อมือหรือนาฬิกาเอฟอร์สแบบนั้น แต่มันคือระบบเวลาที่แตกต่างกันไปตามแต่ละดาวเคราะห์ วงโคจร ไปจนถึงระบบสุริยะจักรวาล

ตัวเราที่ยืนอยู่บนดวงจันทร์ เคลื่อนที่ด้วยความเร็วเหนือแสง แล้วกลับมายังโลก เราอาจจะไม่ได้แก่ขึ้น แต่คนบนโลกอาจจะอายุมากขึ้นกว่าเราไปมาก เพราะเวลาที่เราออกห่างจากโลกไป ไม่ใช่ระบบเวลาเดียวกับตอนที่เราอยู่บนโลก

มนุษย์ยุคก่อนปัดทฤษฎีต่างๆ ทิ้งไปตั้งแต่คำว่า ‘เดินทางเร็วกว่าแสง’ เพราะตอนนั้นไม่มีเครื่องมือใดในโลกที่จะเคลื่อนที่ได้เร็วเฉียดใกล้ 30% ของความเร็วแสงด้วยซ้ำ

แต่ตอนนี้ทุกอย่างอะไรก็เป็นไปได้ เมื่อควอนตัมคอมพิวเตอร์เข้ามามีบทบาทในแทบจะทุกอุตสาหกรรม การประมวลผลที่ว่านานนับร้อยนับพันปี ถูกย่อเหลือในไม่กี่ชั่วโมง ดังนั้น เรื่องที่เคยว่ายากก็ง่ายขึ้นเยอะ

กลับมาที่แล็บ

“แหมๆๆ รีบเชียว จะกลับไปหาเมียอะดิ๊” เอมิลี่แซวคนที่ตรงดิ่งเข้ามาไม่พูดพร่ำทำเพลง ตั้งท่ารีบทำรีบกลับอย่างเดียว

“เออ”

อยู่กับเพื่อนทำหน้าตึง อยู่กับเมียทำหน้าหมา

“เฮ่นโหล๊วว ตื่นค่ะ นี่งานจริงจังเนอะ วันนี้ทั้งวันฝันไปเถอะว่าจะได้กลับ” เอมิลี่ดีดนิ้วเรียกสติ

“งั้นกูขอสักวัน ฮันนอนไม่สบายอยู่หอ กูกลัวเขาเป็นอะไรตอนกูไม่อยู่”

“ฮะ! หนูลูกฮันกูไม่สบาย!” สาวเฟี๊ยซร้องลั่นแล็บ

“เขาไปทำอะไรมาถึงป่วย เมื่อวานฝนก็ไม่ตกหนิ” โจเซฟถามระหว่างเสียบปลั๊กเปิด ‘เครื่องนอน’

“…”

พอเห็นว่าเพื่อนอัลฟาตัวเขื่องเงียบ ก็คิดได้ทันทีว่าไม่น่าถาม

“ไอ่เวร! ครั้งที่แล้วมึงยังไม่เข็ดอีกเหรอ แล้วนี่หนักมากไหม กินยาหรือยัง มึงปล่อยให้น้องอยู่คนเดียวได้ยังไง!”

“ถ้าผมเป็นพี่คาร์ลอส ผมปรับอารมณ์ไม่ทันนะ” ลูคัสเกาหัว

“…ก็เขาบอกว่าไหว เขาบอกว่าโอเค”

“มึงก็ต้องดูสภาพเขาด้วยไหมว่าสอดคล้องกับคำพูดหรือเปล่า”

ประโยคที่คาร์ลอสบอกถูกทำให้ซอฟต์ลงไปมาก ที่จริงแล้ว...ฮันพูดว่า

รีบมาเอาเค้าต่อสิตัวเอง

แรงอีกตรงนั้นเลยตัวเอ อะ ใช่แรงๆ!

ไม่ปล่อยในตัวเค้าจริงเหรอเอาถุงยางออกก่อนสิ ตัวเองเสร็จครั้งที่สองที่สาม ข้างในเค้าจะได้เต็มไปด้วยน้ำของตัวเองไง

น่าเสียดายจัง…”

น้ำเสียงอ่อยๆ มาพร้อมกับนิ้วเรียวปาดน้ำขุ่นข้นที่หลั่งเลอะบั้นท้ายตน ก่อนจะกวาดมันด้วยนิ้วตัวเองแล้วสอดเข้าช่องทาง อาการเมาเซ็กซ์นั้นทำให้ชายหนุ่มที่เพิ่งเสร็จหูตาพร่าเลือนอยู่ด้านหลังตกใจแทบบ้า

อย่า! คาร์ลอสเกือบคว้าข้อมือนั้นไว้แทบไม่ทัน สรุปได้แล้วนะว่าบนเตียง ฮันก็กลายร่างเป็นแมวดื้อขี้ยั่ว ชวนให้ตบะแตกทุกสองนาทีไม่ต่างจากเขาที่ชอบกลายร่างเป็นหมาเวลาอยู่กับฮันหรอก ทำไมถึงดื้อขนาดนี้!

อัลฟาที่ผมลู่ลงแนบกรอบหน้าเพราะเหงื่อชุ่มเปล่งเสียงดุดันแทบจะเป็นการตะคอก เพราะความตกใจมันพุ่งขึ้นสูงจนยั้งไม่อยู่ กว่าจะรู้ว่าตัวเองทำหน้าทำเสียงดุจนคนตัวน้อยกว่ากลัวก็ตอนที่ฮันหน้าหงอลง พยายามบิดข้อมือตัวเองออกจากมือเขา แล้วว่าเสียงอ่อน

ทำไมต้องดุด้วย...ไม่อยากเอาเค้าต่อแล้วใช่ไหม

สุดท้ายคาร์ลอสก็ต้องง้องอนไปอีกสองรอบ ‘เอา’ จนฮันหายสงสัย จนหายเคลือบแคลงใจในความรู้สึกที่เขามีให้ จนอีกฝ่ายสลบเหมือดไปทันทีหลังเสร็จแห้งไปครั้งที่ห้า...แสงของเช้าวันใหม่ก็ส่องเข้ามา

พอสมองโล่งแล้ว ถึงได้เหลือบไปเห็นเอฟอร์สตัวเองที่ขึ้นแถบแดงอยู่บนโต๊ะทำงาน เขาจึงทำความสะอาดตัวให้ฮันแล้วก็ปูเตียงให้ใหม่แบบลวกๆ อีกฝ่ายจะได้หลับสบาย หลังจากรีบอาบน้ำออกมาก็เห็นฮันขดตัวนอนซม เสียงครางเครือเบาๆ ลอดออกมาพร้อมกับผิวเนื้ออุ่นกว่าปกติทำให้คาร์ลอสร้อนใจ รีบหายามาป้อน

พอมานึกอีกทีถึงได้รู้ว่าฮันไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่เย็นเมื่อวาน เขาอยากจะด่าตัวเองซ้ำๆ จิกหัวแล้วตบหน้าเรียกสติที่ถูกห่อหุ้มด้วยกามกำหนัด ครั้งหน้าก่อนจะร่วมรัก เขาจะเตรียมตัวให้พร้อมกว่านี้ จังหวะเวลาและสถานที่ต้องพร้อมกว่านี้ ฮันจะได้ไม่ป่วยเพราะความบ้าเซ็กซ์ของเขา(ถึงส่วนใหญ่ล้วนแล้วเพราะถูกฮันยั่วซ้ำๆ ก็เถอะ)

ก่อนออกมาคาร์ลอสก็หอมเหม่งฮันไปสามรอบพร้อมคำที่บอกว่าจะรีบกลับมา ที่จริงใจมันไม่อยากออกไปไหนด้วยซ้ำ แต่ฮันบอกว่าตัวเองอยู่ได้ แค่นอนอีกสักตื่นก็คงดีขึ้น แน่นอนสิว่าคาร์ลอสไม่เชื่อคำว่าโอเคของฮันอีกแล้ว แต่เพราะโดนถีบออกจากเตียง ไล่ให้ทำงาน ไม่งั้นจะโมโหแล้วนะ อัลฟาตาฟ้าถึงได้ทำใจฮึบไว้แล้วออกมาสักที

คำว่าโอเคที่ถูกทำให้ซอฟต์ลงของฮัน แน่นอนว่าคาร์ลอสไม่ยอมบอกเพื่อนแบบลงรายละเอียดแน่ ต่อให้จะเป็นกลุ่มที่คุยกันได้ทุกเรื่อง และมั่นใจว่าเพื่อนจะไม่เอาไปพูดต่อ แต่เรื่องนี้มันมากเกินไป

เพราะขนาดใจเขายังรับไม่ไหว ไม่เผลอถอดถุงยางแล้วปล่อยข้างในตัวอีกฝ่ายได้ ก็ถือว่าเก่งมากโข

ถ้าถามว่าอะไรที่มาช่วยฉุดรั้งสติอันน้อยนิดของอัลฟาหนุ่มได้ ก็คงเป็นจินตนาการที่วาบขึ้นมาในหัว

ภาพของเด็กน้อยที่อยู่ในอ้อมแขนของฮัน

เด็กทารกที่ยิ้มแฉ่งเรียกปะป๊า มะม้าไม่ชัด ฟันน้ำนมที่มีเขี้ยวน้อยๆ นั้นมันชั่งน่ารักน่าชังยามหัวเราะเอิ๊กอ๊ากตอนเขาจี้พุงกะทิ

ภาพวาดสวยหรูนั้นพังทลายลงเมื่อคาร์ลอสนึกถึงความจริงในสเต็ปถัดมา

ความจริงที่ว่าฮันจะต้องตั้งท้องเก้าเดือนในตอนที่ยังเรียนไม่จบ ความฝันของอีกฝ่ายจะถูกฉุดรั้งด้วยคำว่าภาระหน้าที่ของคนเป็นแม่

พวกเขายังไม่เคยคุยกันเรื่องนี้ ฮันมีเรื่องที่อยากทำมากมาย ยังมีความฝัน ความปรารถนารออยู่อีกมาก เขาจะไม่ทำลายสิ่งเหล่านั้นด้วยความสุขชั่ววูบ

การทดสอบโปรแกรมครั้งสุดท้ายดำเนินต่อไป และเมื่อทุกอย่างถูกต้อง ผลลัพธ์มันก็เหมือนกับจับวางไว้

ระบบควอนตัมเสร็จสมบูรณ์

การทดลองโปรแกรมขั้นต้นถือว่าผ่าน หลังจากนี้ก็เหลือเพียงส่งข้อมูลไปให้อาจารย์ ให้อาจารย์มาตรวจสอบและให้คะแนน ระบุว่าผ่านหรือไม่ผ่านต่อไป

เท่านี้ก็เป็นอันจบ

“สุดยอดเลย” โจเซฟ

“เก่งมากทุกคน” เอมิลี่

“ขอบคุณพี่ๆ ที่ทำให้ผมผ่านตั้งแต่ปีหนึ่ง” ลูคัส

“ไม่หรอก แกเองก็ทุ่มเทไม่น้อยไปกว่าพวกชั้นเลย หลังจากนี้ก็ลงเรียนวิชาอื่นแบบไม่ต้องคอยพะวงโปรเจ็กต์จบแล้วล่ะ”

ที่จริงชื่อกลุ่ม A3 มาจากเพศรองสมาชิกทั้งสามคน อัลฟา-3 ตอนแรกที่ก่อตั้งกลุ่มยังมีแค่สามคนเพราะลูคัสยังไม่ได้เข้ามา แต่โจเซฟก็แอบขายน้องที่รู้จักกันมาอยู่ก่อนหน้าแล้วว่าอยากได้มาเข้ากลุ่มด้วย กระทั่งมีผลงานวิจัยเลื่องชื่อของเด็กไฮสคูลเป็นข่าวไปทั่วทุกสำนักพิมพ์นั่นแหละ คาร์ลอสและเอมิลี่ถึงได้เข้าใจว่าทำไมโจเซฟถึงอยากได้เด็กคนนี้มาร่วมกลุ่มนัก

โจเซฟลากทุกคนมากอดกัน ลูคัสยิ้มกว้างเฮฮา อ้าแขนรับ เอมิลี่เบ้หน้า คาร์ลอสยื้อตัว แต่สุดท้ายก็ยอมโอนอ่อนเข้าไปในอ้อมแขนของเหล่าเพื่อน

“ให้คนที่ยังไม่เคยเข้าเครื่องที่เซิร์นครั้งนั้นได้ทดสอบก่อนดีไหม”

“แต่ไอ้คาร์ลมันอยากรีบกลับ งั้นให้มันเริ่มก่อนดีกว่า” โจเซฟว่า

การทดสอบนี้สำหรับเป้าหมายแฝง ไม่ใช่การเข้าไปนั่งในเก้าอี้บุนวม ใส่แว่นตา แล้วเชื่อมระบบจับชีพจรเหมือนของเซิร์น ของที่นู่นมีเครื่องมือที่ใช้งบประมาณในการสร้างมหาศาล จะดูเป็นชิ้นเป็นอันกว่า และง่ายกว่ามากเพราะเป็นระบบที่ถูกพัฒนามาจากนักฟิสิกส์ร่วมกับวิศวกรของประเทศหลายท่าน

การทดลองระบบแบบจับต้องได้ของนักศึกษาอย่างพวกเขาจึงไม่สามารถเปรียบเทียบกับองค์กรระดับโลกแบบนั้นได้

ดังนั้นสิ่งที่จะรับรู้ได้ว่าระบบของพวกเขาสร้างขึ้นมานั้นใช้งานได้จริง ก็คือสิ่งที่จะปรากฏขึ้นบนจอฮอโลแกรม ส่วนผู้ทดลองจะได้เจออะไรนั้นไม่อาจรู้ เพราะนี่ถือเป็นการทดลองกับคนครั้งแรกของพวกเขา

คาร์ลอสกรอกข้อมูลลงระบบ ข้อมูลส่วนตัวขั้นพื้นฐานนั้นมีอยู่แล้วจึงไม่ต้องใส่ให้เสียเวลา สิ่งที่ต้องระบุเพิ่มก็มีแต่นามเฉพาะ คำที่ทำให้นึกถึงอดีต หรือประโยคอะไรก็ได้ที่ทำให้นึกถึงช่วงเวลาที่อยากย้อนกลับไป อย่างที่ได้เรียนรู้เพิ่มเติมจากการไปดูงานที่เซิร์น...สถานะตั้งต้น

บ้านไม้สองชั้น

ภาษาอื่นที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ

แคโรไลน์...

คาร์ลอสชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะแก้คำสุดท้าย

แคโรไลน่า

เมื่อหน้าจอปรากฏคำว่าผ่าน คาร์ลอสจึงเดินเข้าไปนอนในเครื่องที่ลูคัสเปิดรออยู่แล้ว

สิ่งนี้ พวกเขาเรียกมันว่า ‘เครื่องพักกาย’ อธิบายให้เห็นภาพง่ายๆ มันก็คือเครื่องที่เปิดให้ผู้ทดลองเข้าไปนอน จับสายตรวจจับชีพจรและจุดต่างๆ ไปแนบตามร่างกาย เช่น ข้อพับแขน เส้นเลือดที่ข้อมือ ลำคอ และกระหม่อมทั้งสองฝั่ง เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว ก็จะกดกระจกใสลงปิด ไม่ให้อากาศภายนอกเข้าไปปนกับอุณหภูมิภายในที่กำลังจะปรับใหม่ให้เข้ากับสถานการณ์ที่ผู้ทดลองจะไป

เครื่องที่พวกเขาช่วยกันสร้างมานี้ คลับคล้ายคลับคลากับเครื่องย้ายเราไปสู่ร่างอวตารในภาพยนตร์ชื่อดังยุค 21 เพียงแต่เราไม่ได้ย้ายสติสัมปชัญญะไปร่างอื่นแต่อย่างใด เพราะเป้าหมายของพวกเขาคือการเอาตัวเองเดินทางข้ามเวลา

เทียบกับเก้าอี้จำลองการย้อนเวลาที่เซิร์น ตู้นอนนี้มันทำงานซับซ้อนกว่า ยุ่งยากกว่า จะประมวลผลได้หรือไม่ก็ต้องมาดูอีกที

คนพร้อม เครื่องพร้อม คาร์ลอสนอนนิ่งให้เพื่อนแปะจุดชีพจร รับแว่นตามาใส่ และอุดหูตัวเองด้วยอินเอียร์ เอมิลี่ตรวจหน้าจอประมวลผลว่าร่างกายผู้ทดลองผ่าน จึงส่งสัญญาณให้โจเซฟปิดฝาตู้ลง

กระจกใสถูกงับ การปรับสภาพของอากาศเริ่มทำงาน

“มึงโอเคนะ” โจเซฟพูดใส่ไมค์ เสียงนั้นเข้าอินเอียร์คนที่นอนในเครื่อง

“โอเค” คาร์ลอสตอบ

“ระบบจะเริ่มทำงานใน 10...9...8”

ลูคัสนับถอยหลัง เอมิลี่เช็กมอนิเตอร์ดูชีพจรเพื่อนอยู่ตลอด ส่วนโจเซฟเช็กเพื่อนที่นอนอยู่ด้านใน

สิบวินาทีดูนานชอบกลเมื่อมานอนอยู่ในตู้ที่แสนพอดีตัว อากาศภายในแล็บที่เคยเย็นกลายเป็นอุ่นขึ้นและอุ่นขึ้นตามลำดับ คาร์ลอสไม่คิดว่าทุกอย่างมันจะผ่านและเกิดขึ้นจริงได้ในครั้งแรกเหมือนกัน

ในขณะที่กำลังคิดวิธีเพิ่มเติมระบบในครั้งถัดไปอยู่นั้น กลิ่นลมที่ไม่คุ้นก็โชยมา แสงสว่างเจิดจ้าจนดวงตาที่เพิ่งเปิดรับไม่ไหวต้องปิดลงอีกครั้งเพื่อปรับตัว ความร้อนของแดดมันแผดเผาผิวของเขาจนรู้สึกแสบคัน

จะบอกว่าผิวเขามันไม่ค่อยได้สัมผัสไอแดด เลยทนไม่ได้กับการยืนอยู่ในที่โล่งนานๆ ก็ไม่ได้ แดดที่นิวยอร์กก็แรง แรงมาก แต่ที่นี่เหมือนจะแรงกว่า

อัลฟาหนุ่มขมวดคิ้วที่มันเวิร์กตั้งแต่ครั้งแรก เขาคิดว่าความรู้สึกที่ได้รับเหล่านี้มันอาจจะคือขั้นแรก และอาจจะเป็นสิ่งเดียวที่รับรู้หลังจบการทดลอง ทว่าไม่ใช่ เมื่อลืมตา เขาเห็นบ้านไม้สองชั้นตั้งอยู่ตรงหน้า และตัวเขาก็มายืนอยู่ตรงหน้าต่างบานใหญ่

เหมือนเดิมกับครั้งนั้นที่เซิร์น

ผิดก็แต่ต้นไม้ใบหญ้าที่เปลี่ยนไป ต้นไม้ ดอกไม้ที่เคยรายล้อมตามแนวรั้วนั้นบ้างก็เหี่ยวเฉา บ้างก็แห้งกรอบตายจากไป ไม่เขียวชอุ่มหรือมีสีสันสดใสดังครั้งนั้น เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ไม่อยากจะเชื่อสิ่งใดที่อยู่ตรงหน้า

หรือว่าจะเผลอหลับ...แล้วฝันไป?

กระทั่งแรงลมพัดให้ใบไม้ตกจากต้น พัดผ่านผิวของเขาจนสะดุ้ง ชายหนุ่มหงายฝ่ามือตัวเองขึ้นดู ขยับมันไปมา ก่อนจะกำแบ กำแบ อยู่สองสามทีจึงรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของตัวเอง

แต่ถึงอย่างนั้นคาร์ลอสก็ยังไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็น มันอาจจะเป็นฝันที่สมจริงมากๆ ก็ได้ เขาเดินไปใกล้หน้าต่างบานนั้นมากขึ้น

มันเป็นหน้าต่างบานเดิมที่คาร์ลอสเห็น ‘เธอ’ แต่เหมือนครั้งนี้มันจะฝุ่นเขรอะจนไม่สามารถมองเห็นข้างในได้อย่างชัดเจนเหมือนครั้งก่อน เขายื่นปลายนิ้วออกไปหวังสัมผัส

ทำอะไรน่ะ

“!?!”

เสียงของชายคนหนึ่งถามขึ้นจากทางด้านหลัง คาร์ลอสสะดุ้งตัวโยน ก่อนจะหันกลับไปหาด้วยใบหน้าเหงื่อตก

“ออกมาทำอะไรข้างนอกร้อนๆ ล่ะลูก” สำเนียงภาษาอังกฤษที่ฟังดูแล้วไม่น่าใช่เจ้าของภาษาเปล่งออกมาเพื่อเอ่ยถาม เป็นชายวัยกลางคนที่หน้าตาเหมือนคนแถบเอเชีย หอบหิ้วถุงใส่ของมาจากข้างนอกบ่งบอกว่าเพิ่งกลับมา แต่คำที่ทำให้เขาฉงนกว่าเดิม

ลูก?

“ไป เข้าไปข้างใน แม่เขาคงรออยู่” ชายคนนั้นเดินเข้ามาใกล้ เหมือนจะเป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติของคนที่ยังแปลกถิ่น คาร์ลอสผงะถอยไปก้าวหนึ่ง นั่นทำให้ชายวัยกลางคนจับอาการพิรุธได้ หัวคิ้วขมวดมุ่น “เป็นอะไรไป ทำไมเหงื่อแตกขนาดนี้ ไม่ได้ออกไปทำเรื่องอะไรแปลกๆ มาใช่ไหม...แล้วนี่แต่งตัวอะไร หือ?”

ชายตรงหน้าเริ่มสำรวจคาร์ลอสตั้งแต่หัวจรดเท้า

“ปะ เปล่า” คาร์ลอสพยายามปรับน้ำเสียงใหม่ กำลังเค้นหาวิธีมารับมือกับเหตุการณ์ตรงหน้า แต่คิดว่าไม่น่าจะมีคำพูดใดที่เอ่ยออกมาตอนนี้แล้วเมคเซนส์ได้ เขาเลยตัดสินใจหมุนตัวกลับไปทางประตูบ้าน ก่อนจะเดินดุ่มๆ ไปเปิด

สัมผัสยามผลักประตูบานไม้เข้าไป มันสมจริงจนน่าเหลือเชื่อ ประตูที่อยู่กับตัวบ้านไม่จำเป็นต้องมีการแสกนใบหน้า ลายนิ้วมือ หรือใส่รหัสเพื่อเข้า เพราะเป็นบ้านที่มีรั้วอยู่แล้ว ดังนั้นขั้นตอนการปลดล็อกทั้งหมดจึงอยู่ที่ประตูชั้นนอก

ถ้านี่ไม่ใช่ความฝัน เขาก็ไม่แปลกใจที่ชายวัยกลางคนจะไม่แสดงอาการตกใจตอนที่เห็นเขาอยู่ทนโท่อยู่ในรั้วบ้านตัวเองแบบนี้

แต่เขาสงสัยมากกว่าว่าตัวเองเป็นอะไรกับชายคนนี้ จะบอกว่าเป็นลูก...เขามั่นใจว่าตัวเองมีพ่อคนเดียว และพ่อเขาไม่ได้หน้าตาอย่างนี้แน่ๆ ไม่ว่าจะในอดีตหรืออนาคต

“ไม่เข้ามาเหรอ” เปิดประตูบ้านคนอื่นเข้าไป แล้วยังถามคนที่น่าจะเป็นเจ้าของบ้านให้เข้าบ้านตัวเอง แปลก แต่ไม่น่าจะมีอะไรที่แปลกไปมากกว่านี้แล้ว

ชายวัยกลางคนคลายความแปลกใจบนใบหน้าลงไปเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้หายไปเลยเสียทีเดียว ยอมหิ้วถุงกระดาษตามเข้ามาในบ้าน ก่อนจะเดินไปวางของในครัว ซึ่งเป็นโซนที่ติดกับหน้าต่างบานใหญ่นั้น

ภายในบ้านที่ตกแต่งด้วยไม้เทียมด้านนอก เข้ามาแล้วเย็นสบาย ไม่รู้ว่าใช้ระบบระบายอากาศอย่างไร แต่น่าจะทำงานแตกต่างจากโซนยุโรป

“ไปสิ ขึ้นไปอยู่เป็นเพื่อนแม่” ชายวัยกลางคนพูดเมื่อเห็นคาร์ลอสยังยืนเฉย

ยังมองสำรวจตัวบ้านได้ไม่เท่าไรก็จำต้องเดินขึ้นบันไดไปตามน้ำ ก้อนเนื้อในอกสั่นโครมครามอยู่ภายใน ใต้ใบหน้าอันเรียบเฉยนั้นหวั่นเกรงกับสิ่งที่จะได้เจอ เดินขึ้นมาได้ไม่นานก็เจอประตูห้องสองห้อง แต่บานหนึ่งถูกเปิดแง้มไว้น้อยๆ แค่ชะโงกหน้ามองเข้าไปก็เห็นใครคนหนึ่งนอนอยู่บนเตียง

คาร์ลอสกลืนน้ำลาย ขบกรามแน่นด้วยความประหม่า ฝ่ามือสั่นอย่างห้ามไม่ได้ ทุกย่างก้าวที่ใกล้บานประตูเข้าไป รู้สึกเหมือนหัวใจยิ่งบีบแรงขึ้นเท่านั้น ตามรอยแง้มเปิด เขาเห็นฝ่ามือที่วางแนบกันไว้บนผ้านวม เริ่มเห็นเรียวแขนของคนที่น่าจะเป็นผู้หญิง เห็นแขนเสื้อยืดสีขาวดูใส่สบาย เห็นเส้นผมสีอ่อนแผ่สยายดูเป็นธรรมชาติ ซึ่งไม่น่าจะใช่การฟอกหรือย้อม

แต่ก่อนจะได้เห็นถึงใบหน้า เธอก็ขยับตัวตะแคงข้าง ก่อนจะลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง มือเรียวหยิบแว่นตามาใส่ พร้อมหนังสือหนึ่งเล่ม เป็นในตอนนั้นเองที่เธอเพิ่งจะสังเกตเห็นใครบางคนยืนอยู่หน้าห้องนอน

“อ้าว กลับมาแล้วเหรอ” น้ำเสียงที่นุ่มดุจสายไหม ไม่ว่าจะได้ยินอีกกี่ครั้งก็ทำให้สบายใจ “เข้ามาสิ ที่รัก”

คาร์ลอสดันประตูเบาๆ เพียงเท่านั้นทุกอย่างก็เปิดเผย

แม่

“ไหน เหนื่อยมากไหมลูก มาให้แม่กอดซิ” เธอพูดด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะกางแขนออกเล็กน้อย และนั่นทำให้คาร์ลอสหายแคลงใจว่านี่มันคือความฝันหรือความจริง ยามที่เขาปล่อยตัวโผเข้าสู่อ้อมกอดนั้น

มันทั้งอบอุ่น ทั้งเติมเต็มหัวใจ ชวนให้หัวตาร้อนผ่าวอย่างห้ามไม่ได้ สัมผัสของผิวเนื้ออุ่นๆ ที่ยังมีลมหายใจ กลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มที่เปลี่ยนใหม่แต่ผสมเข้ากันกับกลิ่นกายของแม่แล้วยังชวนให้ชื้นอยู่ในใจ

“ผมคิดถึงแม่”

“หือ ถึงขนาดร้องไห้เลยเหรอลูก” เธอผละออกมาดูหน้าของคนที่หลั่งน้ำตาอย่างห้ามไม่ได้ ก่อนจะร้องโอ๋ๆ กอดปลอบ ลูบหัวลูบหางให้เหมือนเด็กน้อยที่เล่นจนหกล้มแล้วเลือดออกไม่มีผิด “คงเหนื่อยมากเลยใช่ไหมวันนี้ ไม่เป็นไรเลย ไม่เป็นไร”

แม่

“...?”

ไม่ เสียงเรียกนั้นไม่ใช่เสียงของคาร์ลอสที่อยู่ในอ้อมกอดแม่ที่หายไปนาน แต่เป็นเสียงของคาร์ลอสที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตู สายตาของทุกคนไปในทางเดียวกัน นั่นคือความตระหนกตกใจ

“นั่นใคร!”

 

TBC

ในส่วนของครึ่งแรกนั้น... //ปิดหน้าด้วยความเขินอายม้วนกลิ้งตลบคลุกๆๆๆ

ส่วนครึ่งหลังคือ

sds

สามารถหวีด ร่วมพูดคุย แสดงความคิดเห็นผ่าน #IABOU
หรือเพื่อติดตามเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของนิยายเรื่องนี้ที่เราจะลงไว้ที่นั่นได้เลย!

ถ้าคุณชอบนิยายเรื่องนี้ โปรดแชร์ให้ผู้อื่นได้รับรู้ เพราะนั่นคือการซัพพอร์ตนักเขียนที่ดีมากอีกวิธีหนึ่งโดยที่คุณไม่ต้องเสียเงินเลยสักบาท

ด้วยรัก

แล้วพบกันตอนหน้า?