ฉากที่ 9

ปีกที่ไม่อาจโบยบินบนเส้นขนาน

 

“เธอเสียดายอะไรเหรอโซฮี” เจย์เลนถามเสียงหวานอาบยาพิษ

“อ๋อ ฉันแค่มีเรื่องจะคุยกับพี่กียุลน่ะค่ะแต่พวกพี่จะนอนแล้วก็เลยเสียดายที่จะไม่ได้คุย” ไม่ได้มีความจริงเลยที่เธอพูดออกมา

“คุยได้พี่ยังไม่ได้นอน เธอมีอะไรเหรอ คุยตอนนี้ได้เลย” เจย์เลนหันไปมองหน้ากียุลทันควันแต่คุณพ่อลูกหนึ่งก็ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรถึงสัญญาณเตือนภัยส่งผลให้ร่างเล็กตีตัวห่างจากการประคองของกียุลเดี๋ยวนั้นและกียุลก็ยังไม่เข้าใจท่าทีของเจย์เลนอยู่ดี

“ต้องไปคุยที่อื่นค่ะ” ขืนอยู่ตรงนี้อีกนาทีเดียวเธอคงยืนบิดเป็นเลขแปดจนกลับสภาพเดิมไม่ได้แน่เจย์เลนคิดก่อนจะปั้นหน้ายิ้มให้ทั้งสองคนแล้วเอ่ยเสียงหวานใจดีเช่นเดิม

“อ่า... เมื่อกี้เวียนหัวไม่ใช่เหรอ พี่คงไปไม่ดะ-”

“พี่ไปสิครับ เหมือนน้องเขามีเรื่องสำคัญจะคุยด้วยนะ ผมไม่เป็นอะไรแล้ว ผมจะนอนแล้วล่ะ”

กียุลคิดอยู่ครู่หนึ่งแต่เมื่อเห็นท่าทีของเจย์เลนก็เลยวางใจ มันทำให้เห็นเลยว่าบางทีเขาก็ทึ่มใช้ได้เลย

“งั้นเดี๋ยวพี่ตามไปนะโซฮี”

“ฉันรอที่ห้องนอนนะคะพี่” หญิงสาวโปรยยิ้มพร้อมกับชุดนอนสายเดี่ยวที่ไหล่ตกลงมาพอดิบพอดี หน้าของคนขี้หึงยิ่งร้อนจู่ ๆ เลือดมันก็ขึ้นหน้าแฮะ คล้าย ๆ ว่าจะมีคนตายในไม่กี่นาทีนี้และไม่กี่เสี้ยววินาทีที่กียุลปิดประตูลงเจย์เลนก็เดินกลับไปยังเตียงระดมขว้างปาหมอนใส่พ่อของลูกไม่ยั้งแรงด้วยความโมโหที่ไม่อยากจะยอมรับว่าตัวเองกำลังหึงหวง

“ไปสิ! ยืนซื่อบื้ออยู่นี่ทำไม ไปเลยแล้วอย่ากลับมาที่ห้องนี้อีกนะ ออกไป!”

“เดี๋ยวเจย์เลน ใจเย็น ๆ ใจเย็นก่อนนะ นายโกรธอะไรพี่”

“ไม่เย็น! ไม่โกรธ พี่ออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ แล้วจะไปนอนที่ไหนก็ไป!”

“เจย์ อย่าใจร้อนแบบนี้สิ ค่อย ๆ คุยกันนะ”

“ไม่ต้องมาเรียกเจย์ ไม่ต้องมาเรียกแบบนั้นเราไม่ได้เป็นอะไรกัน พี่ไม่มีสิทธิ์เรียกผมแบบนั้นอีกแล้ว!” คนท้องหอบหายใจแรงควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ มันโกรธจนหน้าร้อนร่างกายร้อนไปหมดเขาก็ไม่ได้อยากเป็นแบบนี้นักหรอกนะเกลียดทุกอย่างที่ควบคุมไม่ได้นั่นคือสิ่งที่เจย์เลนเป็นมาตลอด

“เจย์เลน พี่ไม่ไปคุยกับโซฮีก็ได้นะ ถ้านายโกรธพี่เรื่องนี้” ไม่ว่ากียุลจะพูดอะไรเจย์เลนก็ไม่ฟังและหมาโกลด์เดนต์ตัวใหญ่ก็ได้อันตรธานจากห้องนอนมาอยู่นอกประตูพร้อมกับโน้ตบุ๊กและหมอนหนึ่งใบเป็นที่เรียบร้อยก็เลยต้องไปนอนรวมกับทีมงานแถมยังนอนไม่หลับเสียด้วยทั้งเป็นห่วงเรื่องเสียงที่อาจเรียกเจย์เลนตอนไหนก็ได้ ทั้งคิดถึง ทั้งกลัวว่าพรุ่งนี้จะง้อแม่ของลูกไม่ได้ ฮิปนอสก็เลยตาค้างอยู่อย่างนั้นทั้งคืนซึ่งก็ไม่ได้แย่เสียทีเดียวกลับกลายเป็นว่าเขาได้เวลาทำงานเพิ่ม

หกโมงเช้ากียุลก็ยังคงจดจ่ออยู่ที่หน้าจอสี่เหลี่ยมของโน้ตบุ๊กมือหนาของเขายกขึ้นถอดแว่นกรอบดำของตัวเองออกก่อนจะใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้นวดคลึงสันจมูกตัวเองให้ผ่อนคลายความตึงเครียดจากการทำงาน จากนั้นจึงยกแก้วกาแฟขึ้นมาดื่ม ดวงตาสีน้ำตาลเข้มทอดมองไปด้านนอกก็พบว่าเช้าแล้วท้องฟ้ากำลังแผดแสงสีส้มพระอาทิตย์กำลังเข้ากะมาทำงานเป็นตอนเดียวกับที่คังจุนเดินลงมาจากชั้นบนด้วยทรงผมกระเซอะกระเซิงกียุลเดาว่าเพื่อนตัวดียังไม่ล้างหน้าเลยด้วยซ้ำ

“ตื่นเช้าจังวะกียุล หาวววว”

“ยังไม่นอนต่างหาก”

“อ้าว ทำไมวะ เร่งบทเหรอ” หนุ่มหุ่นหมีถามแล้วเดินไปที่บาร์เพื่อชงกาแฟอเมริกาโนร้อนสักแก้วให้ตัวเอง

“บทก็เร่ง แล้วฉันก็นอนไม่หลับด้วย”

“ไม่หลับได้ไง ตัวติดกับเจย์เลนอย่างนั้น หรือเป็นหนักจนอีโบนีก็ช่วยไม่ได้แล้ว” คังจุนชงกาแฟไปพลางเงยหน้าไปคุยกับเพื่อนเป็นครั้งคราวและไม่เข้าใจอาการของฮิปนอสเป็นที่สุดก็อย่างว่าเขามันเป็นนอร์มาจะไปรู้เรื่องอะไรมากได้ไง

“ไม่ใช่อย่างนั้น ถ้าเป็นแบบนั้นก็คงต้องตายสถานเดียวแล้วล่ะ ฉันโดนเจย์เลนไล่ออกจากห้องมาเนี่ยคังจุน ช่วยคุยหน่อยดิ ฉันโดนสั่งห้ามเข้าใกล้แน่เลยวันนี้ T^T”

“เฮ้อ น่าสงสารจังเลยพวกทาสแมว” ร่างสูงแซวก่อนจะเดินถือแก้วกาแฟไปนั่งที่โซฟาฝั่งตรงข้ามกียุลเพื่อจะได้คุยกันถนัดขึ้น

“ใช่ไหมล่า ฉันมันทาสนี่หว่าจะไปทำไรได้ ทำไงดีให้น้องมันหายโกรธวะ”

“นายไปทำไรให้มันโกรธล่ะ”

“ไม่รู้ว่ะ ก็นั่งทำงานกันอยู่ดี ๆ แต่พอโซฮีมาเคาะห้องบอกมีเรื่องจะคุยกับฉัน เจย์เลนก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟไล่ฉันไปนอนที่อื่น เอาหมอนทุบฉันเตะฉันออกมาจากห้องเลย แล้วฉันก็มาอยู่นี่แหละ” คังจุนทำท่าครุ่นคิดพลางดื่มกาแฟก่อนจะตอบเหมือนคุยกับตัวเองมากกว่า

“มันหึงเหรอวะ...”

“นายอย่ามาทำให้ฉันคิดเข้าข้างตัวเองกว่าเดิมคังจุน >_<”

“ก็พวกนายสองคนมันตัดกันไม่ขาด ตัดบัวยังเหลือใยตัดใจยังเหลือรักกันอยู่เลยนี่” คังจุนเจ้าบทเจ้ากลอนแซวนั่นยิ่งทำให้กียุลคิดเข้าข้างตัวเองเต็มสูบว่าเจย์เลนยังมีใจให้อยู่ เอาเข้าจริงลึก ๆ เขาก็รู้แหละว่าน้องยังมีใจ เขายิ้มหวานขึ้นมาคนเดียวจนคังจุนขนลุกทำหน้าสยองขวัญแล้วหยัดกายยืนขึ้นเต็มความสูงตั้งท่าไปที่อื่นโดยทิ้งแก้วกาแฟที่ยังกินไม่หมดไว้

“ไปไหนวะ ช่วยง้อเมียก่อนดิ”

“อากาศดี ๆ แบบนี้ต้องไปวิ่งสิวะ นายรีบขึ้นไปหาน้องมันเถอะ เช้าๆ งี้ ตื่นมาขันในห้องน้ำแล้ว เป็นลมนอนข้างชักโครกไปแล้วมั้ง บ้านก็บ้านตัวเองกุญแจสำรองมีก็ไขเปิดเข้าไปสิไอ้โง่ เรื่องนี้ต้องให้บอก?” ผู้กำกับหนุ่มรู้ซึ้งว่าตัวเองโง่จริง ๆ ก็ตอนที่คังจุนพูดนี่แหละ บ้านเขาแท้ ๆ กุญแจมีทุกห้องทำไมคิดไม่ถึง ไม่งั้นคงได้นอนฝันหวานกอดแม่ของลูกจนเช้าไปแล้ว กียุลนายมันโง่ผู้กำกับหล่อด่าพลางทึ้งหัวทึบ ๆ ของตัวเองก่อนจะรีบวิ่งขึ้นไปชั้นบน

“แหวะ แหวะ ฮือออ เจ้าตัวเล็กอย่าทำให้แพ้ได้ไหม ขอร้องล่ะ ทำแบบนี้แด๊ดจะทำงานได้ยังไงครับลูก จะมาอยู่ด้วยกันก็ต้องช่วยกันทำงานสิ ไม่แกล้งกันนะครับ อึก” เจย์เลนคุยกับหน้าท้องตัวเองหลังจากอาเจียนออกมาอย่างหนักตั้งแต่ตื่นขึ้นมาไม่ถึงสิบห้านาที

“หือ? พูดรู้เรื่องด้วยเหรอครับ ฮ่า ๆ แบบนี้สิถึงจะน่ารัก ไม่แกล้งกันแล้วนะครับเจ้าตัวเล็ก ทำงานช่วยกันแล้วจะซื้อขนมให้กินเยอะ ๆ เลยนะ หนูอยากกินอะไรเอ่ย” เสียงหวานเอ่ยพลางหัวเราะคิกคักกับลูกในท้อง อาการพะอืดพะอมปนเวียนหัวหายเป็นปลิดทิ้งอย่างน่าเหลือเชื่อ เจ้าตัวเล็กคงพูดรู้เรื่องเชื่อฟังคำของผู้ให้กำเนิดจริง ๆ ในขณะที่ชายร่างเล็ก
ผู้นิยามตนเองว่าเป็นแม่คนกำลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับสัมผัสลึกซึ้งที่เชื่อมโยงกับคนที่เติบโตอยู่ในท้องไม่ได้สนใจสิ่งอื่นใดก็ต้องสะดุ้งโหยงเมื่อจู่ ๆ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น

“กล้าดียังไงมามีความสุขขนาดนี้ นายกล้าดียังไง!! เจย์เลน! คนหน้าไม่อาย!!”

“อ๊ากกก!!”

เงาดำในกระจกมีท่าทีน่ากลัวและคล้ายว่าจะพุ่งออกมา เมื่อนั้นด้วยสัญชาตญาณเจย์เลนจึงหวีดร้องอย่างเสียขวัญตัวสั่นเทาแต่เริ่มตั้งสติได้เพราะรู้แล้วว่าเจ้าของเสียงคือคนคุ้นเคยที่ไม่อยากคุ้นเคย

“นายมีความสุข ในขณะที่ฉันต้องเป็นทุกข์อยู่ทุกวันในโลกเส็งเคร็งนี้ บอกฉันมาสิว่านายมีสิทธิ์อะไรถึงได้อยู่ในโลกแห่งความสุขนั้นแต่ฉันไม่มี!!”

บานกระจกใสแตกร้าวจนใบหน้าของคนในนั้นแยกออกจากกันราวภาพสยองขวัญของดวงวิญญาณร้ายซึ่งสะท้อนเป็นหน้าของเจย์เลนเอง

“นายพูดอะไรฉันไม่เข้าใจ นายเป็นใคร ต้องการอะไร เป็นผีเหรอ? หรือตัวฉันในอีกโลก? นายมาจากโลกคู่ขนาน
ใช่ไหม?”

“ฉันก็คือ....คนที่นายทำให้ชีวิตพังไง นายมันสมควรตาย!!!”

“อ๊ากกกกกกกก!!!”

“เจย์เลน! เป็นอะไร!!” กียุลตกใจเมื่อหาคนท้องไม่พบแล้วมาเห็นว่านั่งอยู่ที่พื้นห้องน้ำร่างเล็กนั้นสั่นเทิ้มอย่างหวาดกลัวทว่าก็รีบเก็บงำไว้แต่เพียงผู้เดียวทั้งที่น้ำตาคลอหวาดผวา ร่างสูงรีบเข้าไปประคองให้ลุกขึ้นสายตาไล่เช็กอาการอย่างถี่ถ้วน ดีที่ไม่มีรอยขีดข่วนใด ๆ

“พี่นึกว่าเป็นลมไปแล้ว นายไม่เป็นอะไรนะ ดีขึ้นแล้วใช่ไหม เมื่อกี้ร้องเสียงดังทำไม” กียุลตีโพยตีพายไปเองว่าคนน้องแค่แพ้ท้องเท่านั้นถึงได้นั่งหมดแรงอยู่แบบนี้แต่ยังดีที่ถามประโยคเมื่อครู่มา

“ไม่เห็นต้องตกใจขนาดนั้น ผมไม่ได้เป็นอะไรแล้ว เสียงร้องเมื่อกี้ผมแค่ตกใจแมลง ช่างมันเถอะ แต่นี่พี่เข้ามาได้ยังไง อย่ามาโดนตัวผม ปล่อยเลย” เสียงหวานหูยื่นคำขาดแล้วดันให้อีกฝ่ายออกไปทำเอากียุลต้องถอยตามแรงดันเพราะไม่อยากให้เจย์เลนโวยวายจนอาการไม่ดีขึ้นมา รายนั้นก็แสร้งทำเป็นปกติทั้งที่เมื่อสักครู่พึ่งเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันมา
แท้ ๆ อีโบนีผ่อนลมหายใจยาวผ่านปลายจมูกสงบจิตใจ

“พี่เอากุญแจเปิดเข้ามา พี่รู้ว่าเช้า ๆ นายจะแพ้ท้องกลัวว่านายจะเป็นอะไรก็เลยจำเป็นต้องเปิดเข้ามาดู พี่ขอโทษครับ” คนหน้าหล่อสลดลงยืนนิ่งประสานมือไว้กลางลำตัวแทบไม่กล้ามองหน้าเจย์เลน เมื่อเห็นดังนั้นคนหน้าสวยจึงเดินออกมาจากห้องน้ำเพื่อไปที่เตียงแล้วนั่งลงนิ่งสยบความมึนหัวที่เริ่มกลับมาอีกหน หัวใจยังคงสั่นไหวจากความกลัวนี่เป็นอีกครั้งที่กียุลมาได้ทันเวลาแล้วช่วยชีวิตเขาไว้จากความตายได้หรือกียุลจะเป็นคนเดียวที่ช่วยเจย์เลนได้นะมีสัญญาณบอกแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว

“นายอยากกินอะไรพี่จะลงไปทำมาให้ นายอยู่นี่แหละไม่ต้องลงไปหรอก นอนพักนะครับ” คนท้องยังคงเบือนหน้าหนี “ไม่ดื้อสิครับ อยากกินอะไร หื้ม? ลูกเราหิวใหญ่แล้ว”

“กาแฟ...”

“อเมริกาโนเย็นผสมน้ำส้มสดกับครัวซ็องสักชิ้น?” แค่กียุลพูดเจย์เลนก็น้ำลายสอ

“ครับ ตามนั้นเลย แต่ขอน้ำผึ้งราดครัวซ็องเพิ่มด้วย”

“ได้ครับ รอพี่ก่อนนะ นายทำธุระส่วนตัวเลย ถ้าพี่เสร็จช้าพี่จะให้พี่จินกูเอาบทมาให้นายดูรอนะ เมื่อคืนพี่ทำไปได้สามซีนแล้ว พวกตัวละครพี่ปูนิสัยกับภูมิหลังเพิ่มตามที่เราคุยกันไว้เรียบร้อย”

“เดี๋ยวผมทำอะไรเสร็จจะตามลงไป พี่ไม่ต้องเอามาให้ผมที่นี่หรอก ผมดีขึ้นแล้ว ผมไม่ได้ป่วยจะให้ย้ำกี่ครั้ง”

“โอเคครับ พี่รอข้างล่างนะ อย่าอารมณ์เสียสิ”

ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบเรียบราวกับว่าเมื่อคืนเจย์เลนไม่ได้ฟาดงวงฟาดงาใส่กียุลไปชุดใหญ่และเมื่อสักครู่ไม่ได้เกิดเหตุร้าย ผู้ช่วยผู้กำกับทำธุระส่วนตัวเสร็จก็มุ่งหน้าเดินลงไปด้านล่างเพื่อทานอาหารเช้าและทำงาน เขาเดินผ่านทีมงานหลายคนและทักทายกันตามมารยาท ทีมงานส่วนใหญ่ตื่นกันแล้วและมีบางส่วนกำลังกลับไปที่บ้านของตัวเองเพื่อเตรียมงานของตัวเองไปหรือรอความคืบหน้าความชัดเจนของงานเพิ่ม คนที่มีหน้าที่สำคัญกับบทและพวกหัวหน้าฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเท่านั้นที่อยู่ที่นี่ต่อซึ่งรวมแล้วก็มีไม่ถึงยี่สิบคน จุดประสงค์ของกียุลที่ให้ทุกคนมาก็เพื่อพามาพักผ่อนและปลุกใจเป็นหลัก เพราะงานของทุกคนแต่ละหน้าที่ใช่ว่าจะมาทำรวมกันที่นี่ได้อีกอย่างบทยังไม่เสร็จดีเลยไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องเคร่งครัดให้ทุกคนอยู่โดยไม่จำเป็น หากบทเสร็จแล้วก็จะมารวมตัวกันพร้อมหน้าอีกครั้งถึงตอนนั้นหากมีใครอยากกลับบ้านแค่ไหนก็คงไม่ได้กลับ

“ฉันไม่เอาแล้วพี่ เมื่อคืนพี่เห็นไหม พี่เจย์เลนมองฉันยังไง มันน่ากลัวมากนะถ้าฉันโดนต่อยขึ้นมาจะทำยังไงเล่า”

“เจย์ไม่ทำเธอหรอกน่า จะบ้าเหรอเธอเป็นผู้หญิง พี่ถึงให้เธอช่วยไง ถ้าเป็นผู้ชายคงโดนต่อยอย่างเธอว่าแน่”

เสียงคนสองคนคุยกันอย่างมีลับลมคมในระหว่างนั้นเจย์เลนก็เดินลงมาเห็นพอดิบพอดี ซึ่งแน่นอนว่าไม่ได้ยินใจความที่สองคนนั้นคุยกัน แต่ท่าทางมันสนิทสนมจนน่าหมั่นไส้เจย์เลนไม่ปลื้มเลยเห็นแล้วมันหงุดหงิดอยากระบายอารมณ์ใส่ใครสักคน แต่นางฟ้าเจย์เลนตัวน้อยที่ยืนอยู่บนไหล่ขวาก็บอกให้ปล่อยวาง

นางฟ้าเจย์เลน : มันก็ดีแล้วนี่ถ้าพี่กียุลจะไปมีความรักกับใครที่ไม่ใช่นายเพราะนั่นมันก็คือสิ่งที่นายต้องการมาตั้งแต่แรกนี่นา พี่กียุลจะได้ไม่มาเสียใจเพราะนายอีกไง มันดีแล้วปล่อยพี่กียุลไปหาคนอื่นเถอะ

เดวิลเจย์เลน : พ่อของลูกเราก็คือของเรา นายจะปล่อยเขาไปให้ใครได้ยังไงเจย์เลน ตั้งสติหน่อย วีนยัยนั่นไปเลยสิ! สั่งสอนให้หล่อนรู้ไปเลยว่าอย่ามายุ่งกับสามีคนอื่น!

เสียงทั้งสองตีกันอยู่ที่ไหล่สองข้างเล่นเอาต้องสะลัดมันออกไปยกใหญ่

“เป็นเอามากแล้วว่ะเรา” คนท้องพึมพำกับตัวเอง

“ชู่ พี่เจย์เลนมาแล้ว” โซฮีส่งสัญญาณพลางพูดเสียงลอดไรฟันให้รู้กันสองคน

“เธออยากได้กาแฟเหรอ เอาแก้วนี้สิ เดี๋ยวพี่ชงให้เจย์เลนใหม่ เขารอได้”

เสียงทุ้มเอ่ยราวกับไม่รู้ว่าเจย์เลนกำลังเดินมา

“จะดีเหรอคะ อุ้ย พี่เจย์เลนมาแล้วด้วย ฉันเอาแก้วใหม่ดีกว่าค่ะ ฉันจะชงเองไม่รบกวนพี่กียุลแล้ว”

“พี่ให้เธอก่อนได้นะโซฮี พี่ว่าพี่จะไปกินนมแทน เดี๋ยวเจ้าตัวเล็กในท้องพี่เขาจะไม่ได้สารอาหารดี ๆ น่ะ เพราะพ่อเขาก็ไม่ค่อยสนใจอยู่แล้ว มัวแต่สนใจสาวที่ไหนอยู่ก็ไม่รู้ พี่ก็ต้องดูแลเขาดีหน่อย เธอกินเถอะกาแฟแก้วนั้น พี่ให้” เจ้าของรอยยิ้มกับเสียงหวานที่เย็นยะเยือกย้ำคำสุดท้ายแล้วมองทั้งสองคนสลับกันก่อนจะเดินเฉียดทั้งคู่ไปหยิบแก้วใสแล้วเดินไปที่ตู้เย็นรินนมใส่แก้วจนเต็ม จากนั้นก็หยิบจานครัวซ็องไปที่โต๊ะเพื่อนั่งกับจินกูที่นั่งอยู่ก่อนแล้วไม่ได้แสดงอาการโกรธเคืองอะไรออกไป เพราะนางฟ้าที่ไหล่ขวาบอกว่าให้ใจเย็น ๆ

“ถ้าฉันโดนต่อยเสียโฉมก็ออกค่าทำหน้าให้ด้วยก็แล้วกันนะพี่ ฉันไปละค่อยว่ากันนะ” หญิงสาวว่าก่อนจะเดินหนีไปอย่างว่องไวทิ้งให้กียุลยืนอ้าปากพะงาบ ๆ พูดไม่ทันอยู่ตรงนั้น

“พี่จินกูไปเอาตัวโซฮีมาได้ไงเหรอครับ พี่สนิทกับเธอเหรอ?” เจย์เลนยิ้มน่ารักถามอย่างใสซื่อผิดกับความในที่ตั้งใจมาล้วงความลับ โปรดิวเซอร์ที่กำลังอ่านบทของกียุลอยู่เงยหน้ามาคุยพลางจิบกาแฟลาเต้ของตัวเองด้วยท่าทีสบายเมื่อรุ่นน้องเข้ามาหา

“ยัยตัวแสบน่ะเหรอ น้องสาวพี่เองก็เลยให้มาช่วย ช่วงนี้ยัยนั่นว่างน่ะ” เจย์เลนเก็บท่าทีตกใจสุดขีดไว้แล้วเผยออกมาแค่บางส่วนให้พอสมควร นี่มันบังเอิญเกินไปหรือเปล่านะ ไม่สินี่มันบ้าไปแล้วต่างหากเจย์เลนอยากกรีดร้อง

“อ๋อเหรอครับ โลกกลมมากเลย เธอเป็นรุ่นน้องผมที่โรงเรียนแล้วก็ที่มหาวิทยาลัยด้วยนะครับ ปกติพ่อแม่มักจะส่งพี่น้องให้เรียนที่เดียวกันนี่ครับ ทำไมผมไม่เคยเห็นพี่เลย”

“พี่เรียนเมืองนอกน่ะ แล้วพี่ก็ห่างกับยัยนั่นหลายปีเรียนด้วยกันไม่ได้หรอก”

“จริงเหรอครับ พี่หน้าเด็กมากนึกว่าห่างกันปีสองปี”

“นายจะเอาอะไรเจย์เลน พี่ให้หมดเลยนะ มาพูดแบบนี้ ฮ่า ๆ ๆ” ทั้งสองคนหัวเราะต่อกระซิกกันเสียงดังจนกียุลต้องรีบชงกาแฟของตัวเองเพื่อเข้าไปร่วมวงสนทนาระหว่างนั้นก็ต้องทนฟังเจย์เลนแกล้งพูดจาหวานหูจีบจินกูไป

“จริงเหรอครับ พี่เนี่ยนะยังไม่มีแฟน หล่อขนาดนี้ไม่มีได้ยังไงครับ โกหกผมใช่ม้า”

“ไม่ได้โกหก พี่ก็ส่องกระจกถามไอ้รูปหล่อทุกวันว่าทำไมถึงไม่มีผู้หญิงหรือผู้ชายน่ารัก ๆ มาทำให้ใจสั่นบ้างเลยนะ”

“แล้วผมไม่น่ารักเหรอครับ ผมทำให้พี่ใจสั่นไม่ได้เลยเหรอ ปุอิ๊ง ปุอิ๊ง” ว่าจบก็วางแขนเท้าคางด้วยท่าทางน่ารักที่เหล่าไอดอลมักชอบทำกันพร้อมด้วยเสียงประกอบที่น่ารักไม่ต่างมันสามารถจู่โจมหัวใจกียุลให้หยุดเต้นได้เลยถ้าถูกทำใส่แต่น่าสงสารที่ไม่ได้รับชมความน่ารักนี้อย่างเต็มตา

“ถ้าพี่ชมนาย คนแถวนี้มันไปหยิบมีดมาสับคอพี่แน่ ฮ่า ๆ ๆ ๆ”

“รู้ก็ดีครับพี่ ของใครให้มันรู้บ้าง พี่เป็นคุณลุงของลูกผมเลยนะครับ อย่าได้ริอ่านเป็นอย่างอื่น” หมาโกลด์เดนต์ตัวโตนั่งลงข้างแมวอารมณ์แปรปรวนเขาทำทีตลกกลบเกลื่อนแล้วเต๊ะท่าดื่มกาแฟ

“ลุงเลยเหรอ รู้สึกแก่เลยว่ะ”

“ตำแหน่งพ่อของลูกผมยังว่างนะครับพี่จิน” เจย์เลนไม่เลิกแกล้งหยอดเอาคืนกียุลเรื่องโซฮี

“เออ อันนี้สิถึงไม่แก่”

“ว่างได้ไง นี่ นั่งหัวโด่อยู่นี่ไงเบบี๋” กียุลแกล้งพูดสรรพนามเหมือนตอนที่ยังเป็นแฟนกัน เจย์เลนอึ้งไม่น้อยแต่เก็บอาการได้ดี

“ไม่ต้องมาเรียกเบบี๋ พี่ไม่มีสิทธิ์”

“แต่นายเรียกพี่ว่าบูบูได้เหมือนเดิมนะพี่อนุญาต นายมีสิทธิ์ทุกอย่างในตัวพี่เลยนะ” คนฉวยโอกาสได้ทีอิงศีรษะไปซบไหล่เล็กแต่ก็โดนผลักออกมาอย่างแรงแทบตกเก้าอี้

“ฮ่า ๆ ๆ คู่นายสองคนนี่มันน่ารักนะ มีคำเรียกกันด้วย ตีกันก็น่ารักดี”

“ของพี่กับผมมันจะดีกว่านี้อีกนะครับพี่จินสุดหล่อ ไม่สนใจเหรอครับ คบกับผมแถมเด็กน่ารักในท้องอีกตั้งหนึ่งคนเลยนะ” เจย์เลนกะพริบตาถี่ ๆ แล้วยิ้มหวานเป็นการอ้อนเล่นเอาจินกูหยุดชะงักทุกการกระทำแล้วหันไปถามกียุลเสียงเรียบว่า

“กียุล...เมียกับลูกนายนี่พี่ขอได้ไหม”

“อยากลงไปคุยกับรากส้มในสวนหลังบ้านผมก็เอาดิ”

“โถ่เอ๊ย พี่ล้อเล่นน่า ฮ่า ๆ ๆ ๆ จริงจังไปได้จะฆ่าจะแกงกันเลยเหรอ ฮ่า ๆ” เจ้าของเสียงหัวเราะคล้ายเสียงเช็ดกระจกขำกลบเกลื่อนดังลั่นพลางปรบมือชอบใจเป็นนาทีเดียวกับที่สองน้องเล็กของแก๊งเดินลงมาจากชั้นบน

“ดูสนุกกันแต่เช้าเลยนะครับ ว่าแต่เช้านี้มีอะไรกินกันบ้างอะพี่ ผมสองคนฮิ้วหิว” แทมินพูดไปก็ลูบท้องตัวเองไปเพื่อตอกย้ำ เรียวตะที่กอดคอคนหิวข้าวอยู่ก็ยกมืออีกข้างปิดปากตัวเองที่หาวอยู่ท่าทางเหมือนไม่ได้นอนเช่นเดียวกับผู้กำกับที่นั่งหาวอยู่นั่นไม่ต่างกันชาวฮิปนอสนี่น่าสงสารเอาการเลย

“พี่จินว่าจะทำนะ”

“เฮ้ย ใครบอก ไม่ทำเว้ยขี้เกียจแฮงค์เหล้าอยู่ด้วยเนี่ย” กียุลกับจินกูเริ่มเกี่ยงกันรับหน้าที่พ่อครัวท่าทีอย่างกับเด็กที่ทะเลาะไม่ยอมความกันเล่นเอาเจย์เลนส่ายหัวเหนื่อยใจ

“สองคนนั้นเป็นไร” คังจุนที่เดินเข้ามาด้วยร่างกายชุ่มไปด้วยเหงื่อถามแล้วนั่งลงข้างคนจมูกไวพลางบอกให้เรียวตะหยิบน้ำในตู้เย็นมาให้

“เกี่ยงกันทำอาหารครับ พี่จุนไปนั่งนู่นเลยเหม็นเหงื่อ ผมเวียนหัวแล้วนะ”

“คังจุนนายไปนั่งข้างพี่จินกูเลย ไม่ก็ไปอาบน้ำซะ ลูกฉันไม่ชอบกลิ่นนายเว้ย”

“ยังไม่ทันออกมาก็ดื้อกับลุงแล้วเหรอ” คังจุนตัดพ้อไม่จริงจังแล้วเดินอ้อมโต๊ะไปนั่งข้างจินกูแต่โดยดี

“น้ำครับพี่ วิ่งไหนมาเนี่ย พรุ่งนี้ผมไปด้วยนะ”

“เรียวตะ พี่ว่านายเอาเวลาไปนอนก่อน ขอบตาคล้ำมากเมื่อคืนนอนไม่หลับเหรอ เหมือนกียุลเลยมันนั่งทำงานอยู่โซฟานู่นจนเช้า” เจย์เลนลอบมองคนข้าง ๆ เล็กน้อยจากความเป็นห่วงแล้วก็คิดขึ้นได้ว่างั้นกียุลกับโซฮีก็คงไม่ได้มีอะไรต่อกันเป็นพิเศษหรอก เขาควรเลิกคิดมาก

“นิดหนึ่งพี่ แปลกที่ด้วย นอนไม่หลับไปใหญ่เลย” คังจุนพยักหน้ารับรู้และเข้าใจในขณะนั้นโปรดิวเซอร์ก็โพล่งขึ้นมาเสียงดังเล่นเอาตกใจสะดุ้งโหยงกันยกกลุ่ม

“ใช่สิ!! พวกเราไปกินข้าวบ้านพ่อแม่กียุลไหม ห่างจากที่นี่ไม่กี่กิโลเอง แป๊บเดียวถึง”

“ตกใจหมดเลยพี่ ลูกผมเสียขวัญหมด”

“ดีเหมือนกันนะครับ คิดถึงอาหารฝีมือคุณแม่มาก แม่พี่กียุลทำอาหารอร่อยทุกอย่างเลย”

“ที่สุดเลย แทมินพูดถูก ไปกันนะครับ หิวไส้จะขาดแล้ว”

ในตอนที่ทุกคนกำลังหารือกันเจย์เลนกำลังทำตัวเองให้เงียบที่สุดเพื่อที่จะไม่เป็นจุดสนใจและย่องออกไปเงียบ ๆ ทว่าไม่สามารถเล็ดลอดสายตากียุลไปได้

“จะไปไหนเจย์เลน”

“ไปเอาโน้ตบุ๊กมาทำงาน”

“งานเดี๋ยวค่อยทำพี่ กองทัพต้องเดินด้วยท้องไปกินข้าวบ้านพ่อแม่พี่กียุลกันก่อนเถอะครับ” แทมินเดินไปจูงแขน เจย์เลนมานั่งที่เดิมแล้วส่งสายตาอ้อนรอยยิ้มรูปหัวใจเผยออกมาให้ใจอ่อนแต่เจย์เลนไม่พร้อมจะไปพบพ่อแม่กียุลจริง ๆ ยังไงก็ไปไม่ได้ในตอนนี้

“ทุกคนไปกันเถอะครับผมอิ่มแล้ว ขออยู่ทำงานดีกว่า”

“นายเคยบอกว่าจะไปนะ เราคุยกันแล้วว่าจะไปคุยกับท่านเรื่องลูกของเรา”

“แต่ไม่ใช่วันนี้ครับ มันปุบปับเกินไป ผมก็บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าต้องให้เวลาผม” บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนจนทุกคนพากันเงียบและเป็นพี่คนโตที่สุดในกลุ่มกล่าวขึ้นเพื่อให้ทั้งคู่ใจเย็นลง

“เดี๋ยวค่อยไปก็ได้เนาะพวกเรา วันนี้พี่ทำอาหารเช้าให้กินเอง กียุลถ้านายจะไป ก็ต้องบอกน้องไว้ก่อนสิของอย่างนี้ต้องเตรียมตัวนะ เอาล่ะ ๆ พวกนายสองคนไปเป็นลูกมือพี่ดีกว่า คังจุนนายไปอาบน้ำ กียุลกับเจย์เลนเอาบทไปนั่งคุยกันซะ พี่คอมเมนต์ไว้ให้แล้ว ตามนี้นะ อย่าตีกันล่ะ” ในช่วงเช้าวันนี้จินกูได้สยบสงครามที่จะเกิดขึ้นได้สำเร็จ พวกเขาทานอาหารด้วยกันและแยกย้ายไปทำธุระส่วนตัวทำให้เหลือแค่พ่อแม่ป้ายแดงที่นั่งทำงานกันอยู่สองคนที่ห้องรับแขก

“ทุกอย่างโอเคแล้วครับ มีตรงซีนสี่นิดหนึ่ง เราไม่เฉลยได้ไหมครับว่าเขาท้องอยู่แต่ไปบอกตอนสุดท้ายเอา” เจย์เลนบอกขณะอ่านทบทวนเนื้อหา

“อื้ม มันก็ได้นะแต่พี่ว่าเฉลยตอนท้ายไม่ดีเท่าไหร่เพราะมันจะจู่ ๆ ก็เอ้ามาไง นายเข้าใจใช่ไหม เราอาจจะค่อย ๆ เผยออกมาให้คนดูมีส่วนร่วมในการคิด พี่ว่าแบบนี้น่าจะดีกว่า”

“คือผมอยากให้มันเป็นความรู้สึกที่ว่า ทุกตัวละครมีปัญหาหมดแล้วทำไมเขาถึงไม่มีอยู่คนเดียว แล้วให้คนดูสงสัยไปเรื่อย ๆ โดยที่เราไม่ต้องทิ้งปม มันจะน่าตื่นเต้นกว่าไหม”

เมื่อความเห็นเริ่มต่างก็เกิดความเงียบระหว่างพวกเขา ในสมองกำลังคิดหนักเพราะต่างฝ่ายต่างมีความคิดที่น่าสนใจเป็นการเล่าเรื่องที่ไม่ได้แย่ไปกว่ากันมันเป็นปัจเจกบุคคลที่จะชอบแบบไหนไม่มีถูกและไม่มีผิด

“ถึงไหนกันแล้วววว พี่มาแล้ว เอาขนมกับเบอร์เกอร์มาฝากเจย์เลนด้วยพี่ไปในเมืองมา” คนถูกพูดถึงยิ้มกว้างเมื่อได้ยินคำว่าเบอร์เกอร์ออกมาจากปากจินกู ร่างเล็กทิ้งงานแล้วรีบไปรับของกินมาอย่างรวดเร็วราวกับเด็กน้อยเห็นขนมจากผู้ใหญ่ใจดี

“ผมห้ามเจย์เลนกินอาหารขยะแทบตายแต่พี่ซื้อมาให้กินง่าย ๆ เจริญล่ะ”

“นาน ๆ ทีน่ากียุล เจย์เลนทำงานหนักก็ต้องตามใจบ้างสิ”

“อ่า เบอร์เกอร์หอมมากเลยครับพี่จิน รักพี่ที่สุดเลย”

“ทีชงกาแฟให้กินไม่บอกรักแบบนี้บ้างเล่า -_-”

“หล่อไม่เท่าก็เศร้าหน่อยนะกียุล”

“หล่อแต่นิสัยแย่ไม่ช่วยยกของก็หล่อน้อยลงนะครับ ปล่อยผมถือของมาคนเดียว ถือแต่ของเจย์เลนมา” คังจุนบ่นกระปอดกระแปดมาแต่ไกลสองคนนี้ไปซื้อวัตถุดิบมาตุนไว้ในตู้เย็นเพื่อทำอาหารน่ะ ซื้อมาเยอะแยะไม่ต้องออกไปไหนอีกหลายวันเลย

“พี่จินมาช่วยดูตรงนี้หน่อยครับว่าควรเล่ายังไง ผมกับพี่กียุลเห็นต่างกัน” เจย์เลนเอ่ยพลางงาบเบอร์เกอร์คำโต

“กินก่อนก็ได้ เดี๋ยวค่อยทำงานต่อ”

“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวมันเสร็จไม่ทัน”

“ทำไมจะไม่ทันบทมันเป็นบทอยู่แล้ว ปรับเปลี่ยนแค่นิดหน่อยเองไม่ใช่เหรอ ที่พวกนายเขียนกันไว้ตอนมหาลัยมันไม่แย่เลยนะพี่อ่านหมดแล้ว” จินกูกล่าวตามความจริง

“ตอนนั้นเรายังเด็กนะครับพี่ กลับมาอ่านครั้งแรกในรอบหลายปี ผมรับไม่ได้เลยว่าเขียนบทอะไรลงไป”

“ไม่แย่ขนาดนั้นสักหน่อยเจย์เลน นายสองคนก็ปรับนิสัยตัวละครใหม่แล้วนี่ทุกอย่างมันแน่นขึ้นแล้ว”

สรุปแล้วก็ไม่ได้พักการทำงานไว้พวกเขาสี่คนระดมสมองทำงานกันอยู่อย่างนั้นกระทั่งโซฮี แทมิน เรียวตะ มาร่วมวงด้วยงานก็ยิ่งคืบหน้าขึ้นมากเป็นรูปเป็นร่างไวกว่าที่คิด

“ตอนใกล้จบฉันงงนิดหนึ่งค่ะพี่ ๆ พระเอกบอกเลยเหรอคะว่าตัวเองหนีงานแต่งมาหลังจากมีอะไรกับนายเอกไปแล้ว นี่มันเหี้ยมากเลยนะคะ โทษทีค่ะฉันโมโหแทนตัวละคร” หญิงสาวพูดด้วยอารมณ์โกรธและสบถคำหยาบออกมากลางวงเพราะพระเอกในเรื่องไม่มีความเป็นพระเอกเอาซะเลย

“นี่แหละที่จะทำให้คนดูสับสนกับตัวละครที่เป็นพระเอก เขาไม่ได้แสนดีตามฉบับพระเอกที่เห็นทั่วไป เขามีความเป็นคนที่อยู่ในโลกใบนี้จริง ๆ” เจย์เลนอธิบายความจริงแล้วคนเรามันก็มีทั้งดีและไม่ดีอยู่ในตัว

“โอเคค่ะ ฉันเข้าใจแล้ว สปีดเตอร์แตกแน่เลยคงขึ้นเทรนมาแรงแน่นอน พอหนังของเราเข้าฉาย” เธอกำลังพูดถึง
แอปพลิเคชันพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดในโลกออนไลน์ที่มาแรงที่สุดในตอนนี้

“แบบนั้นก็ดีเลยสิ อาจมีคนซื้อหนังเราไปฉายมากขึ้น”

“แล้วปมของเด็กสิบแปดทุกคนว่ามันคลิเช่ไปไหม ที่หนีออกจากบ้านมา” กียุลขอความเห็น

พวกเขาทำงานกันจนบ่ายคล้อยตอนนี้ก็แยกย้ายกันไปสูดอากาศด้านนอกพักสายตาพักสมองกันอยู่ ส่วนเจย์เลนเผลอหลับไปแล้วโดยมีกียุลคอยนั่งเฝ้าอยู่ไม่ห่าง

“นายคงเหนื่อยมากเลยสิท่า ทั้งอุ้มท้องลูกของเราอยู่ ทั้งต้องมาทำงานหนัก พี่น่าจะดูแลนายให้ดีกว่านี้ พี่ขอโทษนะเจย์เลน” เสียงหล่อเอ่ยอย่างอ่อนโยนพลางลูบศีรษะคนท้องอย่างแผ่วเบา

“พี่จะไม่ทำให้นายเครียดจะตามใจนายทุกอย่าง เพื่อลูกของเราแล้วก็เพื่อนาย”

“เริ่มจากปล่อยให้ผมนอนก่อนสิ” กียุลตกใจที่จู่ ๆ เจย์เลนก็ตอบกลับมาทั้งที่ยังหลับตาอยู่

“พี่ทำนายตื่นเหรอ พี่ขอโทษ พี่ไปข้างนอกก็ได้”

“ไม่ต้อง ผมไม่นอนแล้ว เราทำงานต่อกันเถอะ” เจย์เลนทำท่าจะลุกแต่กียุลจับให้นอนตามเดิมซึ่งมันขัดใจคนท้องมาก “พักก่อนเถอะนายงีบไปได้สิบห้านาทีเองนะ คนอื่น ๆ ยังอยู่ข้างนอกอยู่เลย พี่ว่าวันนี้พอก่อนดีกว่าค่อยทำกันใหม่ตอนค่ำ นายนอนพักเถอะ พี่จะไปเตรียมอาหารเย็นให้ตื่นมานายจะได้กินเลย เราจะได้ทำงานกันต่อไง” พ่อของลูกเอ่ยด้วยรอยยิ้มใจดีและอบอุ่นผิดกับใบหน้าที่ดูเหนื่อยล้าจากการอดนอนมานาน

“ง่วงมากเลยใช่ไหม ก็นอนสิ นอนด้วยกันตรงนี้ อาหารเดี๋ยวค่อยไปทำ” เจย์เลนหลับตาลงตั้งท่านอนหลับแต่ก็ยื่นมือไปหากียุลซึ่งฮิปนอสก็งงว่าอีโบนีต้องการให้ทำอะไร

“เร็ว ๆ สิ ทีอย่างนี้พี่ตามไม่เคยทันเลยนะ ผมให้จับมือแค่สิบนาทีแล้วก็เงียบ ๆ ด้วย”

“ขอบคุณนะ” กียุลยิ้มจนตาหยีหากเจย์เลนเห็นคงใจเหลวเป็นน้ำ

“บอกให้เงียบ ๆ แล้วก็นอนซะ”

ผ่านไปครึ่งชั่วโมงทั้งสองก็ยังคงหลับใหลอยู่ใกล้ ๆ กัน เจย์เลนนอนอยู่บนโซฟาในขณะที่กียุลหลับอยู่ในท่านั่งบนพื้นจับมืออีกคนไว้ ใครที่เดินผ่านไปมาก็ยิ้มให้กับพวกเขาสองคนด้วยท่าทีเคอะเขินไม่เว้นแม้แต่ห้าคนชาวแก๊งที่เดินเข้ามาหมายจะทำงานต่อพอเห็นภาพน่ารักเข้าไปก็แซวออกมา

“คลั่งรักเมียไม่ไหวว่ะน้องฉัน” จินกูกระซิบกระซาบแซว

“ที่สุดในรุ่นมาตลอดพี่คนนี้ตั้งแต่สมัยเรียน” โซฮีว่าแล้วทุกคนก็หัวเราะคิกคักตามกันเสียงเบา

 

หลายวันผ่านไป

งานคืบหน้าขึ้นมากจากการร่วมมือของทุกคนบทก็เลยมีท่าทีว่าจะเสร็จในเวลาที่รวดเร็วขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้นเจย์เลนก็ยังไม่ยอมให้กียุลเข้าใกล้มากเกินไปที่จริงแล้วเจย์เลนจะเลิกคิดมากเรื่องโซฮีแล้วล่ะทว่ากียุลดันหาเรื่องสร้างซีนเลยโดนกางอาณาเขตหวงห้ามใส่ส่งผลให้ฮิปนอสอดหลับอดนอนเป็นว่าเล่นชาวแก๊งต่างสงสารกันถ้วนหน้าแต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้เพราะเจย์เลนใจแข็งดั่งหินผาและกียุลก็ทำตัวเองแท้ ๆ

“หาววววว เดี๋ยวพี่จินกูนัดนักแสดงมาได้เลยนะครับ เราจะ หาวววว คัดเลือกนักแสดงที่เหลือกันที่นี่ หาววว”

“เฮ้ย กียุล หาวให้จบก่อนได้ไหม เจย์เลนไม่ให้เข้าใกล้ก็กินยาสิวะจะได้นอนได้” กียุลส่ายหน้าแล้วหาวไม่เลิกทั้งที่สะลึมสะลือมันเป็นความทรมานอย่างหาที่สุดไม่ได้เลยนะง่วงแทบตายแต่ไม่สามารถข่มตาให้หลับลงได้แม้ตาจะหรี่แทบปิดก็ตามพอจะนอนมันก็ไม่หลับลงเสียอย่างนั้น

“ทำงั้นเจย์เลนก็ไม่สงสารผมดิ ผมก็จะไม่ได้เข้าใกล้น้องสักที”

“เป็นงี้ต่อไปนายก็ทำงานไม่ได้ อย่าให้พี่ต้องเดินไปเอายาพ่นมากรอกปากนาย”

“พี่เข้าใจกันหน่อยสิ จะอ้อนเมียง่ะ T..T”

“พี่เป็นคนที่เข้าใจนายที่สุดแล้วกียุล พี่ไปนอนแล้วนะ งานค่อยคุยพรุ่งนี้เหอะ คุยไม่รู้เรื่องหรอกวันนี้ แล้วถ้านายไม่นอนนะพรุ่งนี้เจอดีแน่” จินกูหอบข้าวของในการทำงานหนีไปชั้นบนไม่สนใจเสียงเว้าวอนของฮิปนอสเลยสักนิด

“พี่ครับ เรายังคุยกันไม่จบเลยนะ เรื่องงบด้วย พี่ พี่จินนน”

และในมุมมืดที่ไร้ผู้ใดมองเห็นยังมีใครคนหนึ่งเฝ้ามองกียุลอยู่เสมอ ใครที่เขาหลงลืมไปเสียสนิท...

“เจย์เลนไม่ควรได้พี่ไป เจย์เลนไม่คู่ควรสักนิด พี่คู่ควรจะมาอยู่กับผมมากกว่ามัน เพราะผมพร้อมที่จะสร้างครอบครัวของเรา มากกว่าคนเห็นแก่ตัวแบบมันที่ทิ้งพี่ไป...”

กียุลหันหลังไปมองตามสัญชาตญาณบางอย่างแต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติมีเพียงความเย็นยะเยือกที่ผ่านตัวมาให้รับรู้เท่านั้น ดูท่าทีแล้วสิ่งที่มองไม่เห็นคงจะไม่เลิกราวีเจย์เลนง่าย ๆ และอันตรายทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับเจย์เลนก็ดูเหมือนว่าสาเหตุจะมาจาก...

 

 

.

.

.

.

.

.

●—————◦◉◦—————●

 

โปรดติดตามตอนต่อไป...

สาเหตุมาจากอะไรน้าาา กรี๊ดดดดดดดดดดด ตอนหน้ามารอหาคำตอบกันนะคะ เราจะได้รู้กันสักทีอะไรที่มันแกงน้องเจย์

แล้วทำไมเสียงนั้นถึงบอกกับพี่กียุลแบบนั้น เหมือนแค้นน้องแจย์ เหมือนหึงพี่กียุลเลยค่ะ เขาเป็นใคร เป็นผีเหรอ ตายแล้วววว ลุ้นแล้วค้าบบบบ

 

 

มาคุยเล่นเม้านิยาย หวีดพี่กียุลกับน้องเจย์เลน ได้ที่แฮชแท็กในทวิตเตอร์ #อรุณสวัสดิ์ความรักของผม

รอคุยกับทุกคนอยู่นะคะ เหงาฝุด ๆ

 

 

ฝากกดติดตาม กดหัวใจ เก็บเข้าชั้น คอมเมนต์ เป็นกำลังใจให้เราด้วยนะคะที่รัก

1 คอมเมนต์ = 1 กำลังใจ

จะตั้งใจเขียนออกมาให้ดีที่สุด เพื่อให้ทุกคนสนุกกับนิยายเรื่องนี้นะคะ

ปกติจะลงทุกวัน ศุกร์-เสาร์ นะคะ สายฟรีรอ 2 วันนี้เลยนะคะ

วันอาทิตย์จะลงเป็นตอนล่วงหน้าให้อ่านกันค่ะ (อันนี้ติดเหรียญน้าา)

ลงจบเรื่องแล้วจะติดเหรียญนะคะ มาอ่านไปพร้อม ๆ กันก่อนติดเหรียญนะคะ (เขียนจบแน่นอนค่ะเรื่องนี้เขียนตุนไว้เกือบจบแล้วค้าบ)

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน เล่นแท็ก คอมเมนต์ไว้ล่วงหน้าเลยนะคะ รักนะคับ!

 สแว็กเกิร์ล หัวใจ คุณนักอ่าน