ฉากที่ 15

กรีดร้องอย่างไร้สุ้มเสียง

 

รุ่งขึ้นหลังจากผ่านค่ำคืนอันแสนหวานทั้งสองก็ออกไปเยี่ยมซีคด้วยกัน รังสีของคู่แต่งงานใหม่แยงตาเสียจนคนป่วยแซวไม่หยุดตั้งแต่เพื่อนและรุ่นน้องมาถึง

“กอดหน่อยครับพี่ คิดถึงมาก” ร่างเล็กเข้าไปขอกอดจากพี่ชายคน (เคย) สนิท ดูจากภายนอกซีคอาการดีขึ้นมากแล้วต้องยกความดีความชอบให้กับเทคโนโลยีทางการแพทย์ของยุคนี้เลย

“ว้าว มีน้ำมีนวลขึ้นเยอะเลย หลานพี่ผู้หญิงหรือผู้ชายเนี่ย” เขาเอ่ยแล้วพาเดินเข้ามาในบ้าน

“ยังไม่รู้เลยครับพี่ เราก็ลุ้นกันอยู่^^”

“ฉันเอาขนมมาฝาก ดูดีขึ้นนะ ใกล้ถอดเฝือกยัง” กียุลบอกแล้วประคองคนท้องไปนั่งที่โซฟาตามด้วยการหันไปช่วยเพื่อนบ้าง ออกจะทุลักทุเลไปหน่อยแต่ก็ผ่านไปด้วยดี

“ใกล้แล้วแต่ยังไม่ค่อยอยากถอด หมอน่ารัก ยังจีบไม่ติดเลย”

“เฮ้ย ขอดูหน้าได้ปะ” ผู้กำกับได้ทีหาช่องทางจะแซวเพื่อน

“ยัง ๆ ยังไม่อยากเปิดตัวเดี๋ยวแห้ว นายสองคนเหอะดูหวานกันนะ เข้าใจกันแล้วอะสิ”

“เมื่อคืนจัดกันไปสองยก เข้าใจกันละ”

เพียะ! เพียะ!

“โอ๊ย! พี่ล้อเล่น ฮ่า ฮ่า”

“นายสองคนนี่เหมือนเดิมกันเลยนะ สมัยตอนคบกันแรก ๆ ก็แบบนี้”

“ปล่อยอดีตเถอะครับ พี่เถอะ ดีขึ้นแล้วแน่นะ” เจย์เลนว่าก่อนจะดึงมือคนตัวโตให้นั่งลงข้างตัวอย่างเคยชิน การกระทำเล็กน้อยส่งผลให้ซีคยินดีกับความรักของทั้งคู่ไม่น้อย หลังจากที่เพื่อนเขาอมทุกข์มานานนี่คงถึงเวลามีความสุขเสียที เขารอวันนี้มาไม่น้อยไปกว่ากียุลเลย

“ดีขึ้น สบายมาก ไม่ต้องห่วง”

“ยิ้มไรวะ” กียุลถามเพราะซีคเอาแต่ยิ้มให้พวกเขา

“ดีใจว่ะ นายสองคนกลับมาเจอกันแล้ว แถมฉันยังมีหลานแล้วด้วย” ทั้งสองยิ้มรับก่อนมือหนาของกียุลจะเอื้อมไปกอบกุมมือบาง เมื่อเห็นว่าเพื่อนมีความสุขต่อการแสดงความรักของพวกเขา

“อย่าลืมเงินรับขวัญหลานนะครับพี่ซีค ให้น้อยหลานไม่รักนะครับ” เจย์เลนปล่อยมุกให้บรรยากาศยิ่งผ่อนคลายเต็มไปด้วยมวลความสุข พลันให้นึกถึงเมื่อก่อนที่พวกเขาสามคนอยู่ด้วยกัน

“ฮ่า ๆ ได้ดิ แล้วงานที่กองเป็นไง ไม่มีอะไรผิดพลาดใช่ไหม”

“ไม่มีครับ ถ้าไม่นับเรื่องไอ้ประธานนั่นที่คอยดักทางเราอยู่”

“ใช่ ลำบากเรื่องโปรโมตนิดหน่อย งบไม่ค่อยพอด้วย”

“ขาดเท่าไหร่ ฉันช่วย”

“นี่ไม่ได้มาคุยเรื่องงานนะ นี่มาเยี่ยม ไหนอยู่บ้านคนเดียวได้ไงเดี้ยงขนาดนี้ ให้จ้างคนดูแลก็ไม่ทำ” กียุลชวนเปลี่ยนเรื่องเพราะไม่อยากรบกวนเพื่อนเรื่องเงิน

“ฉันช่วยเรื่องเงินได้นะ ถ้าไม่มีจริง ๆ ก็บอก อย่าลืมว่านี่ก็หุ้นส่วนบริษัทนะถึงจะไม่กี่เปอร์เซ็นต์ก็เถอะ ส่วนเรื่องจ้างคนเนี่ย ไม่ต้องหรอก บ้านฉันหัวบันไดไม่เคยแห้ง”

“เรื่องเงินขอบใจมากแต่ยังได้อยู่ แล้วใครมาหานายทุกวัน อย่าบอกว่านัดเยนะ สภาพนี้เยใครได้”

“ก็ให้เขาเยสิวะ ฮ่า ๆ ๆ” เมื่อคนอารมณ์ดีกล่าวจบทั้งสามคนก็หัวเราะร่วนออกมาพร้อมกัน วงสนทนาส่งเสียงหัวเราะครื้นเครงและในระหว่างที่พูดคุยคลายความคิดถึงกันอยู่ เสียงกริ่งหน้าบ้านก็ดังขึ้นก่อนจะปรากฏตัวผู้มาเยือนที่จอ
ฮอโลแกรม ชายหนุ่มผู้มีรอยยิ้มเป็นเอกลักษณ์ยืนอยู่พร้อมข้าวของพะรุงพะรังเต็มมือ

“แทมินมานี่ อะไรเนี่ย แอบนัดมาเหรอพี่ซีค” เจย์เลนทักขึ้นมาก่อนภาพจะมีบุคคลอื่นเข้ามาในเฟรม

“มากันหมดเลย” แท้จริงแล้วกียุลวางแผนนัดทุกคนมาที่บ้านของซีคเอง

เนื่องจากเขาต้องการจะเชื่อมรวมมิตรภาพเข้าไว้ร่วมกัน อยากพาเจย์เลนมาอยู่ในครอบครัวเพื่อน ๆ ของเขา ให้สนิทกันไว้อยากจะให้คนน้องเข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง

“เป็นไงครับ ข้าวใหม่ปลามัน ดูสดชื่นกันมากเลยนะครับพี่ ๆ” เรียวตะเข้ามาในบ้านได้ก็แซวคนแรก

“นั่นสิครับ หน้าตาฟ้องสุด ๆ” แทมินเสริมทัพก่อนความหนักในมือจะพาเขาสองคนเดินเข้าไปเก็บข้าวของที่นำมาอย่างรู้ทางในบ้านดี

“แล้วสามคนนั้นทำไมหิ้วกันมาแบบนั้นล่ะ พี่จินกูเป็นไร” ซีคถามพานให้ทุกคนมองไปยังคังจุนและโซฮีที่ประคอง
จินกูเข้ามาเป็นจุดเดียว

“เวียนหัวนิดหน่อย แดดแรง พี่เขาไม่ค่อยได้นอน” คังจุนตอบแล้วพาคนอายุมากกว่าไปนั่งที่โซฟาตรงข้ามกับเจ้าบ้าน “ไม่รู้ว่างานหรือคนแถวนี้ทำพี่ฉันไมได้นอนนะคะ” หญิงสาวหนึ่งเดียวเหน็บแนมว่าที่พี่เขยเล็กน้อย

“เฮ้ย ดูทำหน้ากันดิ พี่ไม่เป็นไร มันเพลีย เหนื่อยอะต้องจัดการหลายอย่าง นี่พวกฉันซื้ออาหารมาเยอะเลย กียุลมันว่าจะตั้งเตาบาร์บีคิว” คนท้องหันมองคนข้างกายรู้ได้ทันทีเลยว่านี่เป็นแผนของกียุลนั่นเอง

“งั้นซีค พี่จินกู แล้วก็เบบี๋ของพี่ นั่งกันอยู่นี่แหละ เดี๋ยวพี่กับเจ้าพวกนี้จะไปทำอาหาร” ว่าจบก็ลุกขึ้นหอมหัวคนน้องส่งท้าย

“พี่จะตั้งเตาบาร์บีคิวตอนนี้เลยเหรอครับ” ใบหน้าหวานเงยขึ้นช้อนตาถามพ่อของลูกอย่างน่ารักทำให้ใจคนถูกมองอ่อนยวบอยากจะลงไปฟัดแก้มเสียเดี๋ยวนั้นแต่ก็เกรงใจเพื่อนจึงยั้งไว้

“ใช่ จัดมื้อเที่ยงลากยาวไปเลย วันนี้เราจะอยู่นี่กันทั้งวัน นอนนี่ด้วย เช้าก็กลับไปทำงานด้วยกัน”

“ทิ้งฉันไว้นี่คนเดียวอีกว่างั้น?”

“ก็อยากจีบหมอนี่ อยู่นี่ไปนั่นแหละ”

“ไม่เป็นไรนะครับพี่ซีคอยู่จีบหมอไปก่อน ผมทำงานแทนเอง” เสียงหัวเราะแซวดังขึ้นทันใดแล้วกียุลก็เดินจากไปทำอย่างที่บอกไว้ก่อนหน้า

พวกเขาทั้ง 8 คน ใช้เวลาอยู่ด้วยกันตลอดทั้งบ่าย พูดคุย ดื่มกิน เคล้าเสียงหัวเราะกันไป คนท้องอารมณ์ดีเป็นพิเศษเดาได้จากรอยยิ้มที่ฉายออกมาตลอด แต่ใครจะไม่ยิ้มไม่หัวเราะให้กับท่าเต้นประหลาดที่ แทมิน เรียวตะและโซฮีเต้นล่ะ

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า สามคนนั้นเต้นอะไรน่าเกลียดมาก” เจย์เลนหัวเราะร่วนจนหายใจแทบไม่ทัน ส่งผลให้กียุลมองน้องแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

“ดีใจที่นายยิ้มได้แบบนี้นะกียุล ไม่ได้เห็นยิ้มแบบนี้มาหลายปี” จินกูกระซิบบอกท่ามกลางเสียงเพลงที่ดังกระหึ่ม

“ผมมีความสุขครับ ที่เจย์เลนได้มาอยู่ตรงนี้กับผม มาอยู่กับเพื่อน ๆ ของผม พวกเขาเข้ากันได้ดี” เผลอแป๊บเดียวสามน้องเล็กอย่าง เรียวตะ โซฮี และแทมินก็เดินมาจูงเจย์เลนไปเต้นด้วยกัน ถึงกระนั้นก็ระมัดระวังความปลอดภัยให้หวานใจของรุ่นพี่เป็นอย่างดี

“แน่นอนสิ ต้องเข้ากันได้อยู่แล้ว” จินกูพยักพเยิดหน้าให้กียุลดูภาพน่ารักที่เจย์เลนกำลังเต้น ส่งผลให้คุณป๋ายิ้มแก้มปริมีความสุขจนล้นออกมาผ่านสีหน้า

“ขอบคุณที่ทุกคนดูแลเจย์ช่วยผมนะครับ ขอบคุณจริง ๆ” เสียงทุ้มเอ่ยด้วยน้ำเสียงซาบซึ้งแล้วกวาดมองทุกคนที่นั่งอยู่ใกล้กัน ส่งผลให้มือเรียวของผู้ชายอย่างจินกูตบไหล่หนาปุ ๆ อย่างรับรู้และให้กำลังใจรุ่นน้องไปในเวลาเดียวกัน

“ไปเล่นกับน้องไป” คนโตกว่ากล่าวแล้วดันหลังให้รุ่นน้องไป กียุลไม่รอช้าเข้าไปเต้นสร้างสีสันเอาซะทุกคนระเบิดหัวเราะกันจนท้องแข็งและต้องถอยห่างให้พื้นที่โดยอัตโนมัติมาเป็นฝ่ายดูแทน

“พี่ไหวไหมครับ น่าจะไปหาหมอนะ ตรวจดูหน่อย” คังจุนถามพลางนั่งลงโอบเอวคนรักด้วยท่าทีเป็นห่วงส่งผลให้
จินกูทิ้งตัวพิงที่ไหล่หนาอย่างออดอ้อนผิดจากที่อยู่ในเวลางาน

“เป็นอาการปกติของคนอายุ 30+ นะคังจุนอ่า ไปหาหมอทำไมให้เสียเวลา”

“เป็นห่วงนะครับถึงได้พูด”

ระหว่างที่ทั้งสองคนแสดงความรักต่อกันอยู่ที่โซฟา เจย์เลนที่ไม่รู้เรื่องความสัมพันธ์ของทั้งสองคนก็ตาโตขึ้นมารีบถามพ่อของลูกทันทีว่ามันเกิดอะไรขึ้น เขาพลาดอะไรไปหรือเปล่า

“ฮะ คบกันเหรอ? ทำไมพี่ไม่บอกผม”

“ก็เบบี๋ไม่ได้ถามพี่นี่ครับ” ว่าไปก็เต้นท่าน่าตลกไปด้วยจนเจย์เลนฟาดไปที ข้อหาที่ไม่จริงจังกับคำถามของน้อง

“ผมจริงจังนะ”

“พี่ก็ไม่ได้เล่นนะ”

“-_-”

“โอเค ๆ เขาก็รู้กันหมดนี่ว่าพี่จินกูกับคังจุนคบกัน เบบี๋ไม่รู้ได้ไง คังจุนมันไม่บอกเหรอ งี้ต้องไปจัดการมันแล้ว” กียุลเดินอาด ๆ เข้าไปเอาเรื่องเพื่อนเพื่อเอาใจเมียด้วยท่าทีจริงจัง (ตลก) ซึ่งเจย์เลนได้แต่กุมขมับแล้วเดินตามไป ในใจมีแต่คำพูดว่า เมื่อไหร่พ่อของลูกจะเลิกติ๊งต๊อง

“ก็เบบี๋ของฉันไม่ชอบที่นายปิดบังนี่หว่า ขอโทษน้องโดยการเต้นกังนัมสไตล์รีเมคเลยคังจุน”

“ให้ผมเปิดเพลงเลยปะพี่” เสียงแทมินดังมาจากอีกฟากมือแตะลงที่เครื่องเล่นเพลงแล้ว

“จัดเลย” แล้วคังจุนก็รับมุกโดยการเริ่มจัดแจงท่าเต้นของตัวเอง

“เลิกติ๊งต๊องกันได้ไหมเนี่ย!” ทุกคนระเบิดหัวเราะออกมาไม่หยุดเมื่อเห็นท่าทีหงุดหงิดของคนท้องที่อารมณ์ไม่นิ่ง

กระทั่งถึงช่วงเย็นพวกเขาก็ยังคงไม่เลิกปาร์ตี้ เรียกได้ว่าวันนี้เป็นอีกวันพักผ่อนที่สนุกสุดเหวี่ยง ได้พักกันเต็มอิ่มแบบที่ไม่ต้องกังวลเรื่องใด

“ฮ่า ๆ เต้นได้แย่มาก ฮ่า ๆ”

“อารมณ์ดีจริงนะเจย์ นึกว่าเห็นโซฮีมาจะหงุดหงิดซะแล้ว” คังจุนถามรุ่นน้องสายตามองไปที่กุ่มคนติ๊งต๊องตรงหน้า

“ผมก็ไม่ได้งี่เง่าขนาดนั้นนะครับ อีกอย่างทุกอย่างมันชัดเจนแล้ว พี่กียุลรักผมเหมือนที่พี่เคยบอกว่าเขาไม่สามารถมองใครได้อีกแล้วนอกจากผม”

“เชื่อแล้วว่างั้นเถอะ?”

“หมดหัวใจเลยครับ” รุ่นพี่ยิ้มให้กับรุ่นน้องที่รักอย่างโล่งใจที่เจย์เลนของเขาความคิดโตขึ้นเยอะไม่ได้เอาอารมณ์เป็นที่ตั้งแล้ว การเป็นพ่อเป็นแม่คนสามารถเปลี่ยนให้คนนั้นเป็นคนที่ดีขึ้นได้จริง ๆ สินะคังจุนคิด

ไม่นานนักเมื่อพวกเขาเริ่มเหนื่อยกับการเต้นที่ผ่านมาเป็นเวลานานจึงเริ่มหาของกินกันอีกครั้งโดยมีกียุลเป็นแกนนำจึงได้ทีคนท้อง คนเจ็บและคนชรา (ที่สุดในกลุ่ม) ถูกทิ้งไว้ที่สวนหลังบ้าน มีบทสนทนาพิเศษเกิดขึ้น

“พี่ดีใจมากเลยนะที่นายกลับมา เจย์เลน นายทำให้ซอมบี้กลายเป็นคน” ซีคกล่าวแล้วกระดกแก้วน้ำอัดลมดื่มอึกใหญ่ทั้งที่เป็นสายคอทองแดงเมาถึงไหนถึงกันได้ยันหว่างที่เป็นแบบนี้ได้เนื่องมาจากหมอหวานใจสั่งห้ามเลยเคร่งครัด

“จริงนะเจย์เลน กียุลมันสดใสขึ้นมาได้ก็ตอนนายกลับมา ก่อนหน้านี้อมทุกข์จะตาย”

“คนติ๊งต๊องแบบเขาน่ะเหรอครับจะเศร้าซึม” เจย์เลนแกล้งพูดแม้จะรู้ว่ามันเป็นเช่นนั้น

“จริงนะทำเป็นพูดเล่นไป มันซึมเป็นหมาหงอยมาหลายปี” คนอายุมากสุดอย่างจินกูบอกน้ำเสียงจริงจังเพราะอยากให้เจย์เลนเข้าใจหัวอกกียุลรุ่นน้องของเขา

“พวกพี่กำลังรุมผมนะเนี่ย ต้องเรียกพี่คังจุนมาช่วยแล้ว พี่สองคนทีมพี่กียุล” น้ำเสียงหวานของผู้ชายเอ่ยไม่จริงจังนักแล้วเติมขนมเข้าปากอีกแล้ว วันนี้เจย์เลนกินเยอะมากจนเริ่มอึดอัดท้องขึ้นมาแล้วล่ะ

“ไหนใครแกล้งพี่เจย์เลนของผมครับ อัศวินส่งผมมาช่วยแล้ว” แทมินเดินเข้ามาพร้อมไก่ทอดสูตรพิเศษของกียุลกลิ่นหอมเตะจมูกจนใครก็ต้องหันมองตาม

“หึ หึ กียุลนี่มันฉลาดจังนะ รู้เลยดิว่าพวกพี่จะพูดไรกับเจย์เลน”

“แน่สิครับ เซนส์ดีจะตายคนนี้”

“ทุกคนเล่าให้ผมฟังได้ไหมครับว่าพี่เขาเป็นยังไงบ้างตอนที่ไม่มีผม เขาพูดถึงผมให้ทุกคนฟังเลยเหรอครับ” จู่ ๆ
อีโบนีก็มีท่าทีสนใจขึ้นมา ตามจริงก็สนใจมาตั้งแต่แรกเพียงมีฟอร์มเก๊กไปอย่างนั้น พอสบโอกาสก็เลยรีบตักตวงไว้

“เล่าตอนเมาน่ะสิ แต่เล่าไม่รู้เรื่องเอาแต่ร้องไห้ จนพี่สงสัยมาก ๆ เลยเค้นถามหลายครั้งถึงได้เปิดปากเล่าให้ฟังหมดก็เลยเข้าใจมัน ที่มันเล่าก็มีแต่ตัดพ้อโทษตัวเองตลอดว่า... เพราะมันไม่เอาไหนน้องก็เลยไม่แต่งงานกับมัน มันก็เลยพยายามทำงานอย่างหนักให้มีทุกอย่าง จนสร้างบริษัทเป็นของตัวเองได้อย่างตอนนี้ มันพยายามดีดตัวเองสุด ๆ เลย เพื่อให้ดีมากพอสำหรับนาย ทั้งที่ไม่รู้ว่าจะได้กลับมาเจอกันอีกหรือเปล่า” จินกูเล่าโดยสรุปให้ฟัง

“ใช่ เป็นงั้นเลย กับพี่กว่ามันจะยอมเล่าทั้งหมดก็หลังจากทุกคนรู้กันแล้วเพราะพี่เจ็บงี้ด้วยแหละ เลยไม่ได้ไปก๊งกับพวกมันรู้เรื่องช้า แต่มันไม่ยอมให้ใครมองนายไม่ดีเลยจริง ๆ นะ ที่บอกก็เพราะอยากให้ช่วยง้อนาย” ซีคเสริม

“ใช่ พึ่งรู้กันก็ตอนนายปรากฏตัวนี่แหละ ที่ผ่านมาไม่เคยเล่าเลย มีแต่เล่าตอนเมาแต่พวกพี่ก็ไม่รู้เรื่อง”

“จริงครับพี่เจย์เลน ผมรับประกันได้ แล้วที่ผ่านมาพี่กียุลก็ไม่เคยมีใครเลยนะครับ ดาราสาว ๆ หนุ่ม ๆ มาจีบพี่เขาตลอดนะครับ แต่พี่เขาก็ไม่ได้สนใจ เขารักแต่พี่” แทมินเริ่มทำคะแนนให้พี่ชายอีกคน พวกเขาทำงานกันเป็นขบวนการ

“ดาราที่พี่เขากำกับให้เหรอครับ ก็ไม่แปลกใจ” ประโยคท้ายเบาหวิวเล็กน้อยเหมือนพูดกับตัวเอง เพราะกียุลหล่อขนาดนี้ใครจะไม่ชอบล่ะ พ่อของลูกเขาน่ะเป็นดาราเองยังได้เลยเถอะ

“พี่กียุลไม่ได้ไม่มีอะไรที่ไม่ดีเลยนะครับ เขาเป็นคนที่ดีมาก ผมเองที่ทำไม่ดีกับพี่เขา ทุกคนโกรธผมได้เลยนะครับที่ทำให้พี่กียุลต้องเป็นทุกข์มาโดยตลอด ผมยอมรับผิด”

“เรื่องนี้มันไม่จำเป็นต้องหาคนผิดหรอกนะ...เบบี๋” ในที่สุดพระเอกของเรื่องก็เข้ามาพร้อมอาหารน่าตาน่าอร่อยที่ลงมือทำเองกับมือ เขาถอดเสื้อกันเปื้อนก่อนจะแทรกตัวนั่งลงข้างแม่ของลูก เช่นเดียวกับเรียวตะที่เบียดซีคเพื่อจะนั่งข้าง
แทมินและแน่นอนว่าคังจุนจะต้องนั่งลงข้างจินกูแฟนของเขา ส่วนโซฮีนั่งเบียดแทมินกับเรียวตะอีกทีราวกับแฝดสาม

“เราเข้าใจกันหมดแล้ว ต่อไปเราจะคุยกันมากขึ้นเข้าใจไหมครับเบบี๋ แล้วทุกคนก็ไม่ต้องเป็นห่วงแล้วนะ ขอบคุณมากที่พยายามจะกำราบคนดื้อให้ ฮ่า ฮ่า” ว่าจบก็โน้มหน้าหล่อลงไปชนหน้าผากและใช้จมูกเสียดสีไปมากับอวัยวะเดียวกันกับคนข้างกาย ทำเอาเพื่อน ๆ เบ้หน้ามองบนกันเป็นแทบ เนื่องจากหมั่นไส้ที่หวานกันเหลือเกินทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่ใช่เลย

“ไม่ได้ดื้อแล้วนี่ครับ จุ๊บ”

“O_O” โดนจุ๊บแก้มเข้าไปสติหลุดไปเลย แต่คนน้องยังทำท่าไม่รู้ไม่ชี้หันไปคุยกับคนอื่นต่อ

“ผมขอบคุณทุกคนที่อยู่เป็นเพื่อนพี่กียุลตอนที่ผมไม่อยู่นะครับ เขามีทุกคนก็เลยยังไม่ทิ้งตัวตนไปซะหมด นึกไม่ออกเลยว่าถ้าเขาตัวคนเดียวจะพังขนาดไหน ขอบคุณทุกคนจริง ๆ” เจย์เลนซาบซึ้งกับมิตรภาพของทุกคนในที่นี้ไม่น้อย

“ต่อไปนี้มาเป็นครอบครัวเดียวกันกับพวกเรานะเจย์เลน ทิ้งอดีตแล้วมาเริ่มใหม่กับกียุล มาเริ่มใหม่กับครอบครัวนี้ ทุกคนยินดีต้อนรับนายนะ ครอบครัวเราจะอบอุ่นเข้าไปอีกเมื่อมีนายกับตัวเล็กในท้อง” พี่คนโตสุดของกลุ่มเอ่ยด้วยความจริงใจทั้งหมดที่มี มันซาบซึ้งเสียจนคนท้องกักเก็บน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ร้องไห้ออกมาทั้งที่ยังยิ้มและได้พ่อของลูกเช็ดน้ำตากอดปลอบอยู่ไม่ห่าง

“ครับ ผมฝากตัวกับทุกคนด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนที่ดีกับผมขนาดนี้ ขอบคุณจริง ๆ ครับ”

ค่ำคืนนั้นทำให้ครอบครัวนี้อบอุ่นมากขึ้นเป็นเท่าตัว จากมิตรภาพที่แน่นแคว้นจะทำให้ไม่ว่าสิ่งใดเกิดขึ้นมันจะผ่านไปได้และไม่ว่าอะไรจะเข้ามาพวกเขาก็พร้อมจะช่วยเหลือคนในครอบครัว นับแต่นี้เจย์เลนคือส่วนหนึ่งในครอบครัวมิตรภาพของกียุลโดยสมบูรณ์

ทุกวันผ่านไปด้วยรอยยิ้มของทุกคนไม่ว่าจะเพราะความสัมพันธ์ของกียุลและเจย์เลนที่ขยับเข้าหากันมาขึ้นหรือระหว่างกลุ่มเพื่อนก็ตาม ทุกคนสนิทกันมากตั้งแต่วันนั้น เป็นเรื่องที่ดีและน่าดีใจมากทั้งเรื่องความรักและเรื่องมิตรภาพดูเหมือนว่าทุกอย่างจะเข้าข้างพวกเขา โชคดีกำลังทำงานแล้วสินะ จากนี้ก็ได้แต่หวังว่าจะไม่มีอะไรมาทำลายความสุขของพวกเขา อย่างน้อยก็ถือเป็นของขวัญให้กับการได้กลับมาพบเจอกันอีกครั้งหนึ่งของกียุลและเจย์เลน

 

และแล้ววันที่ทุกคนรอคอยนั้นก็มาถึงกาลเวลาล่วงเลยผ่านผันไปเป็นเดือนกระทั่งถึงวันเปิดกล้องถ่ายทำภาพยนตร์ที่พวกเขาเฝ้ารอมานาน วันนี้ดูเป็นวันที่วุ่นวายตั้งแต่ตีสี่ ผู้กำกับ ผู้ช่วยผู้กำกับ โปรดิวซ์เซอร์ ผู้จัดการกองถ่ายและทีมงานทุกฝ่ายหัวหมุนเดินทำงานกันไม่ได้หยุดหย่อนเพราะต้องเตรียมสิ่งของมากมาย

“ฉากแรกเราจะเริ่มถ่ายกันในอีกครึ่งชั่วโมงนะครับ ทีมกล้องกำลังเซ็ทกล้องอยู่ หน้าเซ็ทฉากก็เสร็จแล้ว นักแสดงก็พร้อมแล้วนะครับ พี่อยากให้ผมเพิ่มอะไรให้อีกไหม” เจย์เลนถามกียุลที่นั่งเตรียมความพร้อมอยู่ที่จอมอนิเตอร์ประจำตัว
ผู้กำกับ

“ไม่แล้วล่ะให้นักแสดงเข้ามาลองไฟได้เลย ต่อบทเลย” เสียงทุ้มบอกน้ำเสียงจริงจังขณะที่ตรวจตารางถ่ายทำไปด้วย กียุลเวลาทำงานเขาจะไม่ฉายแววขี้เล่นอย่างที่ชอบทำในเวลาปกติ ออกจะเคร่งขรึมตอนที่กำกับแต่พอสั่งคัทเขาก็จะยืดหยุ่นอารมณ์ดีสร้างบรรยากาศในการทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม

“พี่เอากาแฟสักแก้วไหม” เจย์เลนเอ่ยเมื่อเดินกลับมาจากหน้าเซ็ทหลังไปพานักแสดงมาเข้าฉาก

“ไม่เป็นไร นายนั่งเถอะ มานั่งข้างพี่มา พักบ้างเดี๋ยวเหนื่อยจนเกินไป พี่นวดเท้าให้ไหม” ร่างเล็กนั่งลงที่เก้าอี้ข้างตัวกียุลอย่างว่าง่ายแต่ต้องดันตัวคนพี่ออก

“ไม่เป็นไรครับจะทำงั้นได้ไงเล่า เสียฟอร์มผู้กำกับหมด เอามือออกจากเท้าผมเลย” อีโบนีกลิ่นดอกลิลลี่ว่าแล้วหยิบไมค์ไร้สายขึ้นมาเป็นตัวช่วยในการเพิ่มระดับเสียงพูดกับทีมงาน

“รบกวนนักแสดงต่อบทเลยนะครับ เล่นเหมือนจริงตาม Blocking ที่ผมแจ้งไว้เลยนะครับ หากไม่เข้าใจตรงไหนสามารถถามได้เลยนะ อีกยี่สิบนาทีเราจะเริ่มถ่ายซีนแรกแล้ว” เสียงหวานเอ่ยจบกียุลก็ยกนิ้วโป้งและขยิบตาให้เป็นการอวยที่เจย์เลนทำงานได้กระฉับกระเฉง คนถูกหยอกยิ้มเขินจนตาหยีแก้มสองข้างล้นทะลักอย่างน่ารัก ไม่ต้องดูข่าวรายงานสภาพอากาศก็รู้ว่าอากาศเช้านี้มีความรักกระจายเป็นหย่อม ๆ

“เขินเหรอ”

“แค่นี้ผมจะเขินอะไร”

“นึกว่าแค่หน้าพี่ก็ทำให้นายเขินได้แล้ว”

“หลงตัวเองมาก”

“ใช่ที่ไหน พี่หลงนายมากกว่าอีก จีพีเอสยังพาพี่ไปไหนไม่ได้เลย” หยอดคำหวานจบก็อิงไปซบไหล่อย่างออดอ้อนตามประสาโกลด์เดนต์ตัวใหญ่ต้องการความรักจากเจ้าของ “ถ้าไม่ติดว่าตรงนี้คนเยอะ จะขอจูบแล้วนะ นายตัวหอมมากพี่ทนไม่ไหวอยากจะฟัด”

“ถ้าพี่ทำแบบนั้นผมฆ่าพี่แน่ คนเยอะขนาดนี้”

“หึหึหึ กลัวจะแย่แล้วครับ แมวขู่จนขนพอง โอ๊ย ๆ กลัวจังเลย” เอื้อมมือไปหยิกแก้มอีกด้วยนะเข้าใจกียุลแล้วว่าเขามันเขี้ยวเจย์เลนจริง ๆ

“เก่งมากลิตเติ้ลเบบี๋ของป๊ะป๋า ช่วยออมม่าทำงานเก่งมากครับ อะไรนะ รักคุณป๋ามากเลยเหรอครับ ใช่กั๊บป๋มรักคุณป๋ากั๊บ” หูแนบหน้าท้องคุยกับลูกเป็นตุเป็นตะ

“ฮ่า ๆ ๆ เมื่อกี้เสียงลูกเหรอครับ ฮ่า ๆ แย่มาก ฮ่า ๆ ๆ พี่จะตลกไปไหนครับ คิกคิก แล้วรู้ได้ไงว่าลูกเราจะเป็นผู้ชาย ฮ่า ๆ”

“พี่เดาเอาน่ะ ฮ่า ๆ ๆ หรือจะให้เป็นผู้หญิงดีล่ะ อะไรนะคะ หนูรักคุณป๋ามากเลยเหรอคะ ฮ่า ๆ ๆ” และระหว่างที่สองคนหยอกล้อทำตลกใส่กันอยู่อย่างน่ารักผู้จัดการกองถ่ายคนสวยก็เดินเข้ามาในระยะสายตา

“ฉันเอาอุปกรณ์แฮนด์ฟรีมาให้เพิ่มค่ะมีใครยังไม่ได้บ้างคะ มีอะไรคุยกันผ่านทางนี้นะคะพี่ ๆ” โซฮีเดินเข้ามาแจกอุปกรณ์แฮนด์ฟรีให้ทีมงานมันมีลักษณะเป็นแหวนสวมนิ้วที่ไม่ต้องใช้หูฟังให้ยุ่งยากก็สามารถติดต่อสื่อสารกันได้เลยสะดวกสบายมาก และเมื่อเจย์เลนเห็นสาวสวยเดินมาก็ดันศีรษะกียุลที่ซบไหล่เขาอยู่ออกทันที จู่ ๆ ก็อารมณ์เสีย ไม่ได้
งี่เง่านะแต่เป็นอารมณ์คนท้องต่างหาก (ขอแก้ตัวให้ผู้ช่วยผู้กำกับหน่อยนะ)

“เป็นอะไรครับเบบี๋ ทำไมทำหน้าแบบนั้น”

“พี่ดูนักแสดงสิครับ ผมจะไปคุมหน้าเซ็ต” ร่างเล็กลุกขึ้นเดินสะบัดตูดหนีไปอย่างไม่สบอารมณ์ และกียุลก็มองไปรอบกายเพื่อหาสาเหตุก่อนพบเข้ากับน้องสาวร่วมแผนการพอดีเลยถึงบางอ้อ

“พี่เจย์เลนแฮนด์ฟรีค่ะ”

“ขอบใจ” โซฮีงงหนักเพราะอยู่ดี ๆ ก็ถูกมองด้วยสายตาคมกริบ เธอหันไปหากียุลทันทีแล้วพูดไม่มีเสียงอย่างชัดถ้อยชัดคำออกมาว่า…

“เมียพี่โคตรดุ” กียุลขำแทบตายเพราะว่าคือเรื่องจริงที่เถียงไม่ได้เลย

“เอาแฮนด์ฟรีพี่ไปค่ะ แล้วนี่แสดงว่ายังไม่บอกพี่เจย์เลนเรื่องพวกเราอะสิ หวานกันขนาดนี้นึกว่าหาจังหวะบอกไปได้แล้วซะอีกนะคะ ทำไมพี่ไม่บอก T_T”

“บอกก็เสียบรรยากาศสิ ยังไม่บอกหรอก” แค่คิดว่าบอกไปแล้วกียุลก็สยองพองขนเจย์เลนต้องโกรธเขาตายแน่นอน

“ยิ่งเก็บไว้นานความโกรธยิ่งมากนะคะ ฉันบอกไว้ก่อน” สองพี่น้องคุยกันไม่เท่าไหร่ก็แยกกันไปทำหน้าที่และถึงเวลาที่พวกเขาจะเริ่มเนรมิตสิ่งมหัศจรรย์ขึ้นแล้วผลงานที่จะเป็นที่จดจำของพวกเขาเหล่านักผลิตสื่อของบริษัทมินกียุล
เอนเตอร์เทรนเมนต์จะเกิดขึ้น ณ บัดนี้

“จะเริ่มถ่ายทำแล้วนะครับ งดใช้เสียงนะครับ ขอความร่วมมือทุกคนให้ปิดโทรศัพท์ด้วย มาครับ ไฟพร้อมนะครับ” เจย์เลนเริ่มดำเนินหน้าที่ผู้ช่วยผู้กำกับ

“พร้อมครับ”

"นักแสดงเตรียมพร้อมนะครับ โอเคแล้วครับผู้กำกับ สเลทเข้าด้วยครับ ซาวด์ได้ไหมครับ"

"ซาวด์สปีดครับ" คังจุนตะโกนขานรับเมื่อเขาเริ่มกดปุ่มบันทึกเสียง

"กล้องครับ"

"กล้องสปีดครับ" เรียวตะขานรับกลับไปเจย์เลนส่งสัญญาณผ่านสายตาไปให้คนตีสเลท

"It’ s You เป็นคุณก็พอ ซีนหนึ่ง ช็อทหนึ่ง เทคหนึ่ง แป๊ก!" จากนั้นคนตีสเลทก็ขานเลขที่ฉาก มุมถ่ายทำ และจำนวนครั้งที่กำลังจะเริ่มถ่ายก่อนจะงับไม้คัดฉากลงเสียงดัง

"มาร์กครับ" สิ้นเสียงตากล้องที่โฟกัสจุดถ่ายสเลทได้แล้วเสียงตีสเลทก็ดังขึ้นพร้อมกับตัวบุคคลที่รีบวิ่งหายออกไป จากฉากเจย์เลนรอจังหวะให้กล้องปรับโฟกัสอีกครั้งก่อนจะถาม

"กล้องเซ็ทมั้ยครับ"

"เซ็ทครับ" เรียวตะขานตอบมาจากหลังกล้องเป็นอันรู้กันว่ากล้องพร้อมถ่ายทำแล้วเจย์เลนจึงส่งสัญญาณให้กียุลอย่างรู้ใจ

"ทรี ทรู วัน แอนด์ แอ็คชั่น!!" ผู้กำกับตะโกนก้องแล้วทุกอย่างก็ดำเนินการ นักแสดงเริ่มทำหน้าที่ของตนบรรยากาศการทำงานกำลังอยู่ในการใช้สมาธิและมันเป็นไปได้ด้วยดีกระทั่งผ่านไปสามฉากก็พักเที่ยงเปลี่ยนสถานที่

“ทีมกำกับนั่งรถตู้ไปคันเดียวกันนะครับ อุปกรณ์กล้องเอาขึ้นคันนี้เลย ไปถึงจะได้เซ็ทกล้องพร้อมถ่ายเลยนะครับ ทีมไฟรบกวนแยกไปอีกคัน ที่เหลือขึ้นรถไปตามที่แจ้งในตารางเลยนะครับทุกคน เจอกันที่ถ่ายทำครับ ทำเวลากันหน่อยนะครับ” เจย์เลนเอ่ยกับทีมงานจากนั้นโปรดิวเซอร์อย่างจินกูก็เสริม

“ทีมสองเตรียมทุกอย่างให้ทันเวลาตามเบรกดาวน์นะครับ ทีมหนึ่งกลับมาจะได้ถ่ายต่อเลย โซฮีพี่ฝากด้วย ไปพวกเรา เรามีเวลาสองชั่วโมงเท่านั้น รถประกอบฉากกับสตั้นแมนจะมาแล้ว ค่าตัวแรงมากซีนบู๊” พวกเขาแยกย้ายกันไปขึ้นรถอย่างว่องไว จังหวะที่ทีมกำกับกระโดดขึ้นรถกันไปกียุลก็ทัก

“เจย์เลนเดี๋ยวก่อน”

“ครับ?”

“ใส่ชุดนี้แล้วน่ารักนะเนี่ย” เขาอยากจะชมตั้งแต่เช้าแล้วแหละจะบอกว่าที่อารมณ์ดีมาถึงตอนนี้ก็เพราะเจย์เลนใส่ชุดคลุมท้องมาทำงานนะ กียุลรู้สึกว่าแม่ของลูกเขาน่ารักมากอย่างกับตุ๊กตาเลย หนุ่มหน้าหวานผมบลอนด์ตาฟ้าของเขาน่ารักที่สุด

“โอ๊ย! ขึ้นรถเถอะครับ ไปชมบนรถก็ได้” เสียงหวานว่าก่อนจะอมยิ้มหนีขึ้นรถไปนั่งที่เบาะแถวแรกกียุลก็ตามขึ้นไปนั่งข้าง ๆ ไม่ยอมห่าง

“แต่ชุดนี้น่ารักดีจริง ๆ นะ ถอดง่ายด้วย” เสือในคราบโกลด์เดนต์กระซิบเสียงพร่าให้ได้ยินกันสองคน

“กล้าถอดให้ผมตอนนี้ไหมล่ะ ถ้าไม่กล้าก็อย่ามาพูด”

“ท้าทายพี่เหรอ อย่าลืมว่าคันนี้มีแต่ทีมกำกับ คนคุ้นเคยทั้งนั้น ถ้าพี่จะทำอะไรพวกมันไม่ถือหรอก” นัยน์ตาสีน้ำทะเลตวัดมองหวานฉ่ำราวกับไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจอะไรถ้ากียุลจะทำอย่างที่พูด

“งั้นจูบหน่อยสิครับ” ดวงตาเจ้าเล่ห์ของกียุลเป็นประกายราวมีดวงดาวในนั้นกำลังกระโดดโลดเต้นอยู่ ริมฝีปากก็กระตุกยิ้มก่อนจะเอ่ยสิ่งที่เจย์เลนไม่คาดคิดออกมา

“ในนี้ใครอายุน้อยกว่าผมช่วยหลับตาด้วยนะครับ” แน่นอนว่าต้องหลับตากันทั้งคันรถเว้นจินกูที่นั่งอยู่ข้างคนขับกับคนขับรถที่เป็นข้อยกเว้น

“ผมด้วยเหรอ” แม้แต่คนจะโดนจูบก็ไม่เว้นเพราะอายุน้อยกว่ากียุลหนึ่งปี

“ตามปกติต้องอย่างนั้นหรืออยากเห็นตอนพี่จูบนายพี่ก็ไม่วะ-” ดูท่ากียุลจะช้าไปไม่ทันใจ คนท้องก็เลยดึงอีกคนเข้าไปจูบเสียเองเป็นฝ่ายเริ่มก่อมวลความหวานให้ฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งรถแล้วไม่น่าเชื่อว่าคนสองคนจะจูบกันได้ตลอดการเดินทางขนาดนี้ราวกับไม่พอกับความหวานที่ได้รับไปเลยต่างฝ่ายต่างต้องการในตัวอีกคน

“รู้ว่ารักกันนะครับ แต่เห็นใจคนโสดแบบพวกผมบ้างได้ไหมครับ” เรียวตะเอ่ยทั้งทีหลับตาแต่เชื่อเถอะว่าแม้คนทั้งรถจะหลับตาแต่หูก็ได้ยินเสียงจูบและเสียงครางเครือแผ่วเบาของทั้งคู่แล้วจะไม่ให้พวกเขาเกิดความรู้สึกอะไรเลยได้อย่างไร

“อื้อ แฮ่ก แฮ่ก พอแล้วครับ เรียวตะว่าแล้ว”

“เรียวตะทีหลังก็ฉุดหัวหน้าทีมอาร์ตมานั่งรถคันเดียวกันซะสิ จะได้ไม่ต้องมาอิจฉาพี่” ไม่ว่าเปล่ามีหันหน้าไปเยาะเย้ยอีก

“ผมลืมตากันได้ยังอะ” ตากล้องทำทีเปลี่ยนเรื่องในใจก็แอบคิดถึงคนที่รุ่นพี่พูดถึงอยู่เหมือนกัน

“แป๊บหนึ่ง ฟอด~ ฟอด~ จุ๊บ จุ๊บ อ่าา ชื่นใจที่สุดเลย”

“พอแล้วครับพี่กียุล คิกคิก ผมจั๊กจี้” กระนั้นฮิปนอสก็ไม่ได้ฟังอีกทั้งมือยังซนหายเข้าไปใต้ชุดคลุมท้องอีกด้วยก่อนจะลูบไล้ขาอ่อนบีบเคล้นมันมือใบหน้าหล่อก็มุ่งหาซอกคอหอมกรุ่นของดอกลิลลี่กดจูบและทิ้งรอยไว้จนอีโบนีหลุดเสียงครางหวิว

“พอได้แล้วจะถึงแล้วกียุล เลิกเล่นดิ” จินกูได้ทีเมื่อเห็นว่าใกล้เวลาทำงานจึงตักเตือน

“อื้มม โดนดุแล้วครับ พอเลย” เจ้าของตาหวานเชื่อมบอกเสียงอ่อนกียุลเลยต้องทำตามถึงแม้จะติดลมอยู่แต่งานสำคัญเขาต้องตั้งสติ ทั้งที่คิดได้อย่างนั้นก็จูบทิ้งท้ายไปอีกทีจนหนำใจเขาล่ะ

ไม่นานเมื่อถึงที่หมายพวกเขาก็เริ่มทำงานทันทีซึ่งฉากนี้เป็นฉากไล่ล่าที่ต้องปิดถนนถ่ายทำมีเวลาจำกัด ยากในการถ่ายทำและค่อนข้างอันตราย

“พี่ครับ ผมปรึกษาหน่อย ตอนถ่ายผมขอไม่ให้เจย์เลนขึ้นรถไปกับผมได้ไหมครับ มันอันตราย” รุ่นพี่ถึงกับต้องละจากแป้นพิมพ์เลเซอร์ที่พิมพ์คุยงานอยู่เพื่อมาสนใจพร้อมถอนหายใจประกอบความรู้สึก

“ไม่รู้จักเมียตัวเองเหรอ?”

“รู้ ถึงมาให้พี่ช่วยพูดไง” ผู้กำกับถอดแว่นดำกันแดดออกแล้วมองจินกูด้วยสายตาเป็นกังวลเขาเป็นห่วงเจย์เลนจริง ๆ อุบัติเหตุมันเกิดได้ตลอดสำหรับฉากแบบนี้

“ยากว่ะ”

“อย่างน้อยเจย์ก็เกรงใจพี่นะครับ ลองช่วยพูดหน่อยสิ เขาท้องนะพี่มันอันตราย” บทสนทนานี้เข้าถึงหูใครบางคนที่ผ่านมาพอดี

“ผมก็ห่วงลูกเหมือนพี่นะครับ แต่ว่าพี่จินกูบอกพี่หรือยังว่าเราต้องถ่ายให้เร็วขึ้น นั่นหมายความว่าพี่กับผมต้องขึ้นรถคนละคันเพื่อถ่ายสองคัทพร้อมกันมันจะได้เร็วขึ้น ไม่งั้นเราจะเก็บฟุทไม่ครบ เราปิดถนนไม่ได้ทั้งวันนะครับ สตั้นก็แพง ผมไม่ได้ดื้อนะ ผมแค่กำลังทำหน้าที่ผู้ช่วยอยู่” เจย์เลนที่บังเอิญมาได้ยินบทสนทนาจึงเดินมาคุยด้วยเหตุผลซึ่งนั่นทำให้
กียุลต้องใช้ความคิดอย่างหนัก

“ให้พี่จินกูไปแทนนายได้ไหม”

“พี่ก็รู้ว่าไม่ได้ ระหว่างเราถ่ายทำพี่จินกูก็ต้องคอยดูความเรียบร้อยทุกอย่าง ผมเองก็อยู่ทีมกำกับจะปัดหน้าที่ได้ไงครับ” นั่นทำให้กียุลเรียกประชุมทีมกำกับและทีมกล้องทันทีเพื่อหาทางแก้ไขอย่างไรเขาก็ไม่ยอมให้เจย์เลนขึ้นรถไปเด็ดขาด ขึ้นชื่อว่าฉากไล่ล่าคิดว่าการขับรถมันจะนิ่งนุ่มหรือไงล่ะ

“กล้องใกล้เซ็ทค่าเสร็จแล้วครับ ยี่สิบนาทีถ่ายได้เลยครับ” เรียวตะกล่าว

“ทีมกล้องเดี๋ยวต่อจอมอนิเตอร์เชื่อมสัญญาณให้ถ่ายทอดไปที่เจย์เลนที่อยู่ในกองได้ดู ในตอนที่พวกนายอยู่ในรถเพื่อถ่ายเก็บคัท สื่อสารกันด้วยแฮนด์ฟรีเจย์เลนจะเป็นคนกำกับซีนนี้ เอาทุกอย่างเข้าระบบแล้วเชื่อมสัญญาณให้เร็วเลย” กียุลจัดแจงตามหน้าที่ได้อย่างคล่องแคล่ว

“พี่ครับ แล้วผมจะกำกับยังไงให้ดีได้ในเมื่อผมไม่ได้อยู่หน้างาน ไม่เอาหรอก ผมขึ้นรถไปด้วยได้ครับ เดี๋ยวผมจะใส่อุปกรณ์เซฟตี้อย่างดีเลย พี่ไม่ต้องห่วง พี่ไม่ใช่คนเดียวที่ห่วงลูกนะครับ” เล่นเอาทีมกำกับทั้งทีมอึ้งเมื่อเจย์เลนพูดขึ้นมาอย่างนี้เพราะมีคนบางส่วนที่ไม่รู้ว่าเจย์เลนท้องกับกียุล

“อย่าดื้อเลยนะ พี่ขอร้อง”

“พี่นั่นแหละครับ เชื่อใจผมบ้างดิ อย่าเห็นผมเป็นเด็กเอาแต่ใจได้ปะ ผมแค่อยากทำงานให้ดีที่สุด”

“มันเสี่ยงเกินไป ฉากแบบนี้อุบัติเหตุเกิดได้ตลอดเวลา”

“ทำงานด้วยกันต้องเชื่อใจกันนะครับ”

“งั้นเอากล้องขึ้นโดรนถ่ายแทนเลยไม่ต้องมีใครขึ้นไปบนรถคันนั้นให้มีแค่นักแสดงพอ”

“โดรนที่เรามีตัวเดียวไว้เก็บด้านบนแล้วครับ โดรนอีกตัวอยู่กับอีกทีม ถ้าจะเอาต้องใช้เวลาครับ” เรียวตะรายงานก่อนจะหันไปเตรียมอุปกรณ์ที่กล้องต่อ เจย์เลนเงียบแล้วพยักยิ้มให้กียุลเป็นการบอกว่ายังไงเขาก็ต้องขึ้นไปกำกับบนรถ

หากหาตรงกลางไม่ได้วันนี้เห็นทีจะไม่ได้ถ่ายทำ สุดท้ายก็แก้ปัญหาด้วยวิธีนี้

“ให้นิกเนมมาถ่ายกับพี่ เรียวตะนายไปกับเจย์เลนเก็บอีกคัทหนึ่งที่รถอีกคัน คังจุนถือไมค์บูมไปกับเจย์เลนด้วยแล้วให้บุ๋นมากับพี่ที่เหลือก็ตามเดิมเลย” หนุ่มไทยฝ่ายผู้ช่วยกล้องได้ไปอยู่กับทีมหลักเพราะกียุลเลือกให้เพื่อนที่ไว้ใจไปอยู่กับเจย์เลนแทนเพื่องานจะได้ราบรื่นไม่ต้องถ่ายหลายครั้งและจะได้ดูแลสองแม่ลูกให้เขาได้ด้วย

“ผมฝากทีมเก็บคัทให้ดูแลเจย์เลนให้ผมด้วย เขาท้องอยู่ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นช่างมันขอให้ยึดความปลอดภัยของทุกคนไว้ก่อนเข้าใจไหมครับ ไปครับทำงานกัน เจย์เดี๋ยวก่อน” มือใหญ่รั้งมือเล็กไว้ในตอนที่ทุกคนกระจายตัวออกไป

“ดูแลตัวเองกับลูกดี ๆ นะ”

“ครับ เชื่อใจผมเถอะ ไม่ดื้อแล้ว” ยิ้มหวานฉีกกว้างให้กียุลคลายความกังวลกระนั้นก็ช่วยไม่ได้มากผู้กำกับยังคงไม่สบายใจอยู่ดีจนต้องไปคุยกับสตั้นแมนและคนขับรถผาดโผนนอกรอบ แต่สิ่งที่ฮิปนอสกังวลที่สุดเห็นทีจะเป็นเรื่องคนจากอีกโลก เนื่องจากเดือนที่ผ่านมาทั้งสองไม่ห่างกันเลยปัญหานี้เลยเบาใจลงปีศาจนั่นไม่เคยออกมาทำร้ายเจย์เลนเลย พอมาตอนนี้ที่ต้องแยกกันเขากลัวว่าแฝดปีศาจจะออกมา...อย่างไรก็แล้วแต่งานต้องดำเนินต่อไป

ฉากที่พวกเขาต้องถ่ายทำมีเหตุการณ์อยู่ว่าตัวละครหลักอยากออกจากอาชีพนักฆ่าเพื่อไปหาความสงบสุขในชีวิตจึงทรยศองค์กรแล้วถูกไล่ล่าโดยมีลูกน้องติดสอยห้อยตามมาหนึ่งคนพากันหนีแล้วขับรถแยกกันจึงถูกไล่มาจากถนนคนละเส้นและจะบรรจบเจอกันโดยบังเอิญ กียุลกับเจย์เลนจึงต้องถ่ายจากคนละปลายทางเพื่อมาเจอกันและการที่จะทำให้ทุกอย่างเป็นไปตามเวลาก็ต้องแยกกันไปแบบนี้

“แอนด์ แอคชั่น!/แอนด์ แอคชั่น!”

บรื้นนนนนนนนนนนนนน

สิ้นเสียงของสองผู้กำกับรถที่ต้องถูกไล่ล่าก็เคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วประหนึ่งเกิดจากเหตุการณ์จริง เจย์เลนนั่งอยู่ท้ายรถเอสยูวีที่ต้องขับตามหลังในระยะประชิดเครนบนหลังคารถถูกยกขึ้นพร้อมกล้องที่ติดอยู่เริ่มเคลื่อนตามแม้รถจะขับฉวัดเฉวียนแค่ไหนกล้องก็ห้ามหยุดเด็ดขาดเพราะมันคือความสมจริงที่ต้องการ

“ด้านหน้าเอาเลย” เจย์เลนพูดไม่มีเสียงกับเรียวตะที่ควบคุมกล้องอยู่ข้าง ๆ ก่อนจะสะกิดคังจุนที่นั่งด้านหน้าว่าให้เตรียมพร้อม

“ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!”

นักแสดงควักปืนออกมายิงเหมือนกับว่ารถของเจย์เลนคือรถของผู้ร้ายฉากนี้ต้องถ่ายอีกครั้งเพื่อเก็บภาพของฝั่งผู้ร้ายพอจะเห็นภาพแล้วใช่ไหมว่าหนังเรื่องหนึ่งกว่าจะสร้างเสร็จแต่ละฉากมันใช้เวลาและความลำบากขนาดไหน

ฝั่งกียุลเองก็กำลังถ่ายทำโดยที่ไม่มีอะไรผิดพลาดเลยเช่นเดียวกับเจย์เลนและฉากนี้ของพวกเขาก็ผ่านไปอย่างราบรื่นกระทั่งมาถึงช่วงที่ยากที่สุดเพราะมีการใช้เอฟเฟ็กต์ระเบิด

“ประชุมนิดหนึ่ง เดี๋ยวพี่ไปถ่ายเองเจย์เลน นายไปคอยปล่อยคิวระเบิดเลย เหลืออีกนิดก็เสร็จแล้ว เรามีเวลาเหลือ”

“ครับ พี่เอาน้ำไหม”

“ป้อนพี่หน่อยสิ”

“โอ๊ย ๆ อิจฉาเว้ย อยากมีแฟนทำงานในกองบ้างจังเลยคร้าบบบบ ถ้ายิ่งเป็นอีโบนีด้วยก็จะดีมากเลยคร้าบบ โอ๊ยอิจฉาโว้ยยย” เรียวตะแซวมาแต่ไกลพร้อมกล้องและอุปกรณ์ที่รวมกันแล้วหนักกว่าสิบกิโลกรัมมาด้วย

“ฉันป้อนนายบ้างเอาไหมล่ะเรียวตะ ถึงฉันจะไม่ใช่อีโบนีก็เถอะนะ”

แทมินตะโกนมาจากอีกฝั่งถนนขณะที่กำลังติดตั้งตัวทำระเบิด

“ถือระเบิดอยู่อย่างนั้นแล้วมาพูดเหรอถามจริง จะป้อนระเบิดให้ฉันกินหรือไง”

“แล้วนายจะยิงฉันหรือไง กล้องที่นายถืออยู่ก็อย่างกับปืนกลเถอะ มันจะเครื่องเยอะไปไหนเปลืองงบโว๊ย!” สองคนนั้นตีกันไป ทางพ่อแม่ป้ายแดงก็สวีตหวานกันไปป้อนน้ำกันเสียน่าอิจฉาอย่างที่เรียวตะว่า

“ผมจะไปชงกาแฟพี่เอาด้วยไหม”

“พี่ไปด้วยดีกว่ามั้ง”

“อยู่คุยกับเรียวตะเถอะครับ ระเบิดมีให้ถ่ายแค่สองรอบนะครับ ห้ามพลาด”

“ครับคุณผู้ช่วยของผม พี่ขอกาแฟร้อนนะ” คนท้องพยักหน้ารับรู้แล้วร่างสูงก็เดินไปหาตากล้องตอนนี้กียุลเท่มากในสายตาของเจย์เลน หนุ่มหล่อ หุ่นดี ฉลาดแต่ไม่อวดฉลาด มีความเป็นผู้นำ เป็นคนใจดีที่ใจร้ายได้ อบอุ่น อ่อนโยน อยู่ในตัวผู้ชายคนนี้หมดเลยแล้วก็เป็นสิ่งที่หนุ่มหน้าหวานชอบมากที่สุด รอยยิ้มไม่ยอมจางเลยระหว่างเดินไปที่พักเพื่อชงกาแฟในหัวคิดแต่เรื่องของกียุลแล้วเมื่อหูได้ยินสิ่งที่ไม่พึงประสงค์รอยยิ้มนั้นก็หุบลงทันที

“ไม่คิดว่าผู้ชายท้องได้มันน่าขยะแขยงเหรอ ประหลาดออก เป็นผู้ชายแท้ ๆ แต่มาท้องได้แบบผู้หญิง มันไม่แมนเลย ฉันจะอ้วก”

“เขาก็ไม่ได้แมนนะ เขาชอบผู้ชายเขาเป็นเกย์ เห็นว่าเหมือนจะคบผู้กำกับอยู่ ฉันได้ยินมาว่าลูกในท้องผู้ช่วยก็ลูก
ผู้กำกับนั่นแหละ” เสียงผู้ชายกำลังสนทนากันเจย์เลนหลบเล็กน้อยเพื่อฟังต่อว่าพวกเขาจะพูดอะไร เขาไม่ได้แปลกใจที่ตัวเองถูกนินทานะเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้ยิน

“หน้าที่ท้องมันของผู้หญิงชัด ๆ พอมาเห็นผู้ชายท้องได้เดินไปเดินมาให้เห็นแล้วโคตรจะอ้วก เหมือนทำให้พวกเราดูไม่ดีไปด้วยเลยว่ะ”

“ไม่ดีไงวะ”

“ผู้ชายอย่างเรามันก็ต้องแมน ๆ เท่ ๆ แข็งแกร่งดิ จะมามีภาพลักษณ์ที่ท้องได้ ท้องโย้ แล้วเลี้ยงลูกหัวยุ่งโทรมอยู่บ้านได้ยังไงวะ แกลองคิดดูดินี่มันหน้าที่ผู้หญิงเว้ย ผู้ชายไม่ควรเป็นแบบนี้”

“ก็จริงว่ะ ก็เพราะไอ้พวกเกย์ที่ให้คนอื่นเอาประตูหลังนั่นแหละ ทำให้ภาพลักษณ์ผู้ชายของเราแม่งเสียหมด”

เจย์เลนสะอึกทุกคำพูดที่ได้ยินถึงไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้ยินคนนินทาเขาทำนองนี้ก็เถอะ เขาได้ยินความคิดไม่น่าอภิรมย์มาตลอดตั้งแต่เริ่มทำงานที่นี่แต่ก็อดทน มีใครในโลกนี้ไม่ถูกนินทาบ้างล่ะ แต่ตอนนี้มันไม่ไหวแล้วไง...

“คุยอะไรกันอยู่เหรอครับ ดูสนุกจังขอคุยด้วยสิครับ”

“เอ่อ คือ เอ่อ ผู้ช่วยมาชงกาแฟเหรอครับ ผมชงให้ไหมครับ”

“พวกผมชงอร่อยนะครับ ได้ยินว่าผู้ช่วยชอบกาแฟมากเลยอยากโชว์ฝีมือหน่อยครับ” ผู้ชายสองคนนี้เปลี่ยนสีเร็วเป็นบ้าเจย์เลนคิดก่อนจะยิ้มหวานไปให้แล้วเริ่มถามด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร

“ทั้งสองคนมีแฟนหรือภรรยาหรือยังครับ”

“ผมมีภรรยาแล้วครับ”

“ส่วนผมพึ่งแต่งงานครับ”

“อ๋า...แล้วมีลูกหรือยังครับหรือคิดจะมีไหม”

“คิดครับผมอยากมีลูก แต่ภรรยาผมเขายังไม่พร้อมน่ะครับ เขายังอยากทำงาน ตกลงกันไม่ได้ว่าใครจะหยุดงานเลี้ยงลูก”

“ผมก็เหมือนกันครับ”

“ดีแล้วครับ อย่ามีลูกเลยครับ สงสารเด็กที่จะเกิดมา เกิดมาถ้ามีพ่อสันดานหมาแบบคุณสองคน ไม่เกิดมาน่าจะดีกว่า” เล่นเอาชายแท้ทั้งสองคนอึ้งกิมกี่อ้าปากค้างไปเลยทีเดียวและในเวลาต่อมาเจย์เลนก็หัวเราะร่วนออกมาเสียงดังนั่นยิ่งทำให้สองคนงงไปใหญ่

“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ผมพูดเล่นนะครับ โจ๊กน่ะครับ ฮ่า ๆ ผมเป็นลูกครึ่งไม่รู้ว่าพูดอะไรผิดไปหรือเปล่าครับ ทำไมทำหน้าแบบนั้นกัน ผมพูดอะไรผิดเหรอ?”

“เอ่อ เอ่อ ไม่ครับ ขอตัวก่อนครับ”

“ขอตัวด้วยครับ”

“ฮ่า ๆ ๆ ครับ สันดานหมากันจริง ๆ ฮ่า ๆ” ชายร่างสูงสองคนรีบกุลีกุจอออกไปจากบริเวณนั้นทันทีเพราะรู้แล้วว่า เจย์เลนได้ยินสิ่งที่ตัวเองนินทาไปก่อนหน้านี้แน่นอน

“ไอ้พวกบ้าเอ๊ย ฉันไปท้องบนหัวแกหรือไง ไปเป็นเกย์บนหน้าแกเหรอ! พวกแกสิไม่แมนดีแต่จะเอาเปรียบเมียตัวเอง อยากมีลูกแต่จะไม่ช่วยเลี้ยง แค่ทำให้ท้องก็จบเหรอ? ให้ตายสิวะ ฉันสิต้องขยะแขยงความคิดพวกแก” และแล้วกาแฟผสมคำด่าก็เสร็จเรียบร้อย...

“หน้ามุ่ยมาเลย เป็นอะไรครับเบบี๋” กียุลรับแก้วกาแฟมาพร้อมกับดึงคนหงุดหงิดเข้ามาหาตัวกอดเอวไว้หลวม ๆ เพื่อให้เจย์เลนใจเย็นลง

“ไม่มีอะไรครับ ทำงานกันดีกว่า ทุกคนครับเหลือเวลาพักกองอีกครึ่งชั่วโมงนะครับ ถ่ายซีนนี้เสร็จเราจะย้ายโลเคชันนะครับ” ประโยคหลังผู้ช่วยผู้กำกับถือไมค์ไร้สายขึ้นมาคุยกับทีมงานทุกคนเพื่อให้สัญญาณการทำงาน เมื่อถึงเวลากองถ่ายก็เริ่มเคลื่อนไหว

“เบบี๋เหลืออีกตั้งครึ่งชั่วโมง ไปที่หนึ่งกับพี่ก่อนสิ” กียุลรั้งแขนเจย์เลนไว้ก่อน

“ที่ไหนครับ?” เขาไม่บอกแต่ยิ้มแล้วพาเดินมาจนถึงรถบ้านซึ่งเป็นที่พักของผู้กำกับ นี่ลงทุนจ้างคนขับขับมารอไว้เลยนะ ตามจริงความตั้งใจเดิมคือเตรียมมาไว้ให้เจยืเลนได้พักผ่อนแต่ดูเหมือนเจตนาจะเปลี่ยน

“นั่งนี่นะคนสวยของพี่ พี่เตรียมเค้กกาแฟมาให้ ส่วนนี่น้ำส้ม” คนท้องดีใจอาการออกผ่านสีหน้าแต่แทนที่จะลงมือกินเค้กกาแฟที่ชื่นชอบ เขาดันจูงมือหนุ่มกลิ่นกาแฟส้มไปที่เตียงขนาดเล็กแทนเดินเพียงสามก้าวก็ถึง จากนั้นดันร่างสูงให้นั่งลงที่ขอบเตียงพลางทรุดกายลงนั่งตักแทบจะทันที

“น่ารักจังเลยนะครับ ผมคงต้องเติมพลังไว้ให้ทำงานซะหน่อยแล้ว คุณฮิปนอส” คนหน้าสวยกดหน้าผากเข้าหาอวัยวะเดียวกันแล้วจุ๊บปากอ้อน

“อีโบนีคนสวยจะเติมพลังให้พี่ยังไง หื้ม?” ไม่มีคำตอบแต่กลับปรับเปลี่ยนท่าทางนั่งคร่อมคนตัวโตกว่าส่งผลให้
ฝ่ามือใหญ่ต้องช่วยประคองร่างเล็กไว้ให้ปลอดภัย ริมฝีปากอวบอิ่มขมเม้นริมฝีปากบางทั้งบนและล่างส่งลิ้นเข้าไปหยั่งเชิงโพรงปากที่เปิดรับแล้วไล่ต้อนดูดดันลิ้นของอีกฝ่ายอย่างเมามันให้เกิดเสียงครางในลำคอ ร่างกายขยับเสียดสีบดเบียดเข้าหามือก็ลูบไล้ ท้ายทอย ลำคอ ไปจนถึงหน้าอกแกร่งกล้ามแน่นให้ความเสียวแล่นไปทั่วทั้งร่างจนกียุลทนไม่ไหวต้องนอนราบลงไปกับที่นอน แล้วพลิกกายเล็กไว้ใต้ร่างเพื่อตักตวงความหอมหวานเองให้หนำใจ

“อ้ะ! อย่าทิ้งรอยเดี๋ยวทีมงานแซวครับ อื้อ” ลิ้นรู้งานหลุดจากปากอวบอิ่มมาได้ก็ตรงมาทำรอยที่ซอกคอซึ่งช้าไปแล้วกับคำที่เจย์เลนบอก

“อื้ม ไม่ทันแล้วที่รัก อ่าา ถอดชุดออกได้ไหม”

“พี่จะทำอะไรครับ เรามีเวลาไม่มากนะ อ้ะ! ผม สะ เสียว”

“พี่หิวนม” สายตาเว้าวอนเหมือนลูกหมาน้อยจ้องมองเจย์เลนอย่างน่าสงสาร ส่งผลให้ใจอ่อนยวบต้องขอเวลานอกแล้วให้คนอยากกินนมรูดซิปที่ด้านหลังชุดให้ก่อนชุดจะไปกองอยู่ที่หน้าท้องนูนป่อง

“อีก 15 นาทีนะครับผู้กำกับทำเวลาด้วย” กียุลมองคนใต้ร่างด้วยอารมณ์ซ่านอยากไม่ได้สนใจที่สิ่งที่เสียงหวานบอกนักแล้วพุ่งลงไปหาหน้าอกบางที่กระเพื่อมไหวจากความตื่นเต้น ลิ้นร้อนค่อย ๆ เลียยอดอกสีเชอร์รี่จุ๊บจูบอย่างอ่อนโยนแล้วดูดเม้มราวเด็กน้อยหิวนมอย่างที่ว่า

“เสียว พี่กียุลผมเสียว เอาอีก อ๊าา เอาอีก” เขาเกร็งลิ้นระรัวกับเม็ดอ่อนไหวจัดให้ตามคำขอจนคนน้องดิ้นพล่านอยู่ใต้ร่างเหมือนจะขาดใจให้ได้เมื่อความเสียวซ่านเข้าครอบงำ

“แผล็บ...จ๊วบ... อื้มมม”

นี่ผู้กำกับหนังหรือหัวหน้าแก๊งห้องทานตะวันนะ หิวนมเก่งเสียจริง...

ไม่นานหน้าที่การงานที่ต้องรับผิดชอบก็บีบให้พวกเขาต้องยับยั้งชั่งใจตัวเองกันเอาไว้เพื่อที่จะไม่ทำให้งานเสีย ทั้งสองออกมาจากรถบ้านด้วยสภาพไม่ค่อยสมบูรณ์นัก แต่แล้วไงล่ะพวกเขาไม่ได้แคร์นัก และแม้พึ่งผ่านกิจกรรมหฤหรรษ์มามันก็ไม่ใช่ปัญหาสักนิดเจย์เลนทำงานได้ขยันขันแข็งมีกำลังใจอารมณ์มากขึ้นเสียอีก เช่นเดียวกับกียุลรายนั้นดี๊ด๊ากว่าใคร

“แทมิน พอพี่ส่งสัญญาณแล้วกดระเบิดเลยนะ” ผู้ช่วยผู้กำกับกำชับคำสั่งกับผู้กำกับศิลป์

“ครับพี่เจย์เลน” ระหว่างนี้พวกเขาก็ต้องคอยสังเกตรถของกียุลและนักแสดงไว้ให้ดีพร้อมกับเตรียมทีมช่วยเหลือไว้หากเกิดอะไรผิดพลาดขึ้นมาจะได้ช่วยกันได้ทันท่วงที

“ฉันว่านายควรจะเดินไปที่ถนนนะเจย์เลน”

เสียงนั้นอีกแล้ว..

.

.

.

.

.

.

.

โปรดติดตามตอนต่อไป...

 

เด็กชายมินกียุลกีขวบกันคะเนี่ย เอะอะหิวนม ขอกินนมตลอดดดดดดด แหมมมมมม

(อาทิตย์นี้ไม่มีให้เปย์ตอนล่วงหน้านะค้าบที่รัก)

 

 

 

มาคุยเล่นเม้านิยาย หวีดพี่กียุลกับน้องเจย์เลน ได้ที่แฮชแท็กในทวิตเตอร์ #อรุณสวัสดิ์ความรักของผม

รอคุยกับทุกคนอยู่นะคะ เหงาฝุด ๆ

 

 

ฝากกดติดตาม กดหัวใจ เก็บเข้าชั้น คอมเมนต์ เป็นกำลังใจให้เราด้วยนะคะที่รัก

1 คอมเมนต์ = 1 กำลังใจ

จะตั้งใจเขียนออกมาให้ดีที่สุด เพื่อให้ทุกคนสนุกกับนิยายเรื่องนี้นะคะ

ปกติจะลงทุกวัน ศุกร์-เสาร์ นะคะ สายฟรีรอ 2 วันนี้เลยนะคะ

วันอาทิตย์จะลงเป็นตอนล่วงหน้าให้อ่านกันค่ะ (อันนี้ติดเหรียญน้าา)

ลงจบเรื่องแล้วจะติดเหรียญนะคะ มาอ่านไปพร้อม ๆ กันก่อนติดเหรียญนะคะ (เขียนจบแน่นอนค่ะเรื่องนี้เขียนตุนไว้เกือบจบแล้วค้าบ)

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน เล่นแท็ก คอมเมนต์ไว้ล่วงหน้าเลยนะคะ รักนะคับ!

สแว็กเกิร์ล หัวใจ คุณนักอ่าน