เกริ่นเรื่อง

หลงซี หลงจวินอี้ เพิ่งกลับถึงเมืองหลวงได้เพียงไม่กี่วันก็ถูกพระเชษฐาผู้เป็นเจ้าแผ่นดินแห่งแคว้นอี้บังคับยัดเยียดองครักษ์หลวงนายหนึ่งมาให้ และวันนี้ราชองครักษ์คนดังกล่าวก็มาขอเข้าพบอยู่หน้าตำหนัก

“อ๋องเยี่ยงข้ายังต้องมีองครักษ์คอยติดสอยห้อยตามด้วยหรือ? รู้ถึงไหนอายถึงนั่น หากต้องงอมืองอเท้าพึ่งพาผู้อื่นให้คุ้มเงาหัวเช่นนี้ ข้าจะเอาหน้าที่ไหนไปพบเหล่าพี่น้องร่วมรบที่ล่วงหน้าไปรออยู่ในปรโลกกันเล่า!” ท่านแม่ทัพโวยวายใส่ข้ารับใช้เก่าแก่ที่เป็นผู้มาแจ้งข่าว แม้จะยังบาดเจ็บจนวัน ๆ ต้องนั่งพักอยู่แต่ในเรือนหรือในห้องหนังสือ แต่ก็ยังไม่ยอมละกิริยาอาการพลุ่งพล่านไปด้วยโทสะชนิดหัวฟัดหัวเหวี่ยง ทิฐิแรงกล้าของผู้พิชิตอริราชศัตรูทำให้เขาตั้งมั่นว่าเป็นตายอย่างไรก็จะไม่ยินยอมรับผู้อารักขาไว้ในตำหนักเด็ดขาด

ทว่าเมื่อได้พบกับองครักษ์ที่เสด็จพี่ทรงส่งมาก็ต้องตกตะลึงจนตาลุกวาว...

นัยน์ตาหงส์สีดำนิล ขนตาเป็นแพงามงอน คิ้วดกเข้มทรงดาบ รูปคางเรียวรี จมูกโด่งสวย ริมฝีปากอวบอิ่มได้รูป ผิวเจือสีกรำแดดโดยไม่หมองคล้ำหยาบกร้าน ใบหน้าอ่อนโยนสุภาพ บุคลิกสง่าผ่าเผยชวนมอง เรือนผมสีเข้มสนิทราวน้ำหมึกบนศีรษะก็ถูกรวบขึ้นเก็บไว้ภายใต้หมวกเครื่องแบบจนเรียบร้อยไร้ที่ติ

สุดยอดองครักษ์ผู้เยี่ยมยุทธอันใดกัน? นี่มันเข้าข่ายสุดยอดชายงามแห่งเมืองหลวงชัด ๆ มิใช่หรือ?!

เสด็จพี่จับจุดอ่อนของข้าได้จึงจงใจใช้แผนชายงาม ใช่มิใช่!?

หลงจวินอี้สองจิตสองใจ ทางหนึ่งคิดว่าได้เชยชมโฉมสะคราญก็กำไรดีไม่หยอก อีกทางหนึ่งกลับพร่ำบอกตนเองอยู่ในใจว่าห้ามหลงกลโดยเด็ดขาด ทว่าองครักษ์ท่อนไม้ผู้นั้นนอกจากจะยวนตายวนใจยากต้านทานแล้วยังดื้อด้านเหลือคณา มิไยจะขับไล่เยี่ยงไรก็ไม่ยอมไปโดยดี

หรือว่านี่คือกงเกวียนกำเกวียน? ชั่วชีวิตนี้เขาใช้เหลี่ยมคูแพรวพราวยอกย้อนก่อกวนผู้อื่นให้วิงเวียนสมองแทบบวม มีโทสะอัดอกจนพานจะกระอักเลือดมามากเกินไปหรืออย่างไร บัดนี้สวรรค์—หรือกล่าวให้ถูกคือโอรสสวรรค์—จึงประทานคู่ปรับเยี่ยงนี้มาสั่งสอนให้เขาได้รับรู้รสชาติเดียวกันนั้นบ้าง

คนรอบตัวล้วนกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่าเขาควรมีองครักษ์คอยดูแล ไม่มีผู้ใดเข้าข้างท่านอ๋องผู้นี้เลย ซ้ำร้ายไปกว่านั้น ในวันหนึ่งขณะที่เขากำลังพยายามปฏิเสธคำหว่านล้อมของพระเชษฐาอยู่ เจ้าองครักษ์หลวงนั่นยังถึงกับกล้าตอบคำถามของเขาอย่างฉาดฉานด้วยใจความอันน่าแตกตื่นทั้งที่อยู่เบื้องหน้าพระพักตร์

“เจ้าเป็นองครักษ์หลวง ไฉนจึงไม่คิดติดตามฝ่าบาท กลับไพล่เลือกมาอารักขาข้าแทนเล่า? ”

“จุดมุ่งหมายเพียงหนึ่งเดียวในชีวิตของผู้น้อยคือปกป้องท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ”

อ๋องเจ็ดสะท้านจนแทบผงะหงายพลัดตกจากเก้าอี้ องครักษ์หลวงมีใจเป็นอื่น ประกาศความภักดีต่ออ๋องคนหนึ่งแทนผู้ครองบัลลังก์มังกร นี่คิดจะให้เขาแบกรับโทษกบฏหรือไร?